• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
“ เกรียนคีย์บอร์ดช่วยอะไรไม่ได้หรอก” ..เมื่อมาว่ากันทางหน้าสื่อ..ก็จะขอตอบทางหน้าสื่อ

#1
 
“ เกรียนคีย์บอร์ดช่วยอะไรไม่ได้หรอก” ..เมื่อมาว่ากันทางหน้าสื่อ..ก็จะขอตอบทางหน้าสื่อ..

คนโพสต์ได้เขียนลงในเฟสบุ๊คตามที่เอามาให้ดูล้างล่าง...เป็นคนมีการศึกษา มีความคิดดี มองอะไรได้ทะลุ..แต่ก็ยังมี “ม่านมาบังตา“ ที่ออกมาเขียนว่า “เกรียนคีย์บอร์คช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

แต่เขาเองก็ลืมหรือไม่ได้ฉุกคิดว่า..เขาเองก็ใช้ “คีย์บอร์ด “ เป็นสื่อออกไปถึงคนให้รับรู้ข่าวสาร...

ถ้าเขาไม่ใช้คีย์บอร์ด...ก็ยังคิดไม่ออกว่าเขาจะสื่อถึงคนจำนวนมากได้ยังไง..

ข้อเขียนชักจูงในของเขามีทั้งชมและต่อว่าแบบเลือกข้างว่าอยู่กลุ่มไหนมาให้เห็นกันชัดๆเลย..

แล้วที่ยกมาอ้างว่า “ ทุกครั้งที่มีการประชุมเสวนาระดมความคิดเห็นของเหล่าแกนนำ กลับมีผู้เข้าร่วมไม่มากเท่าที่ควร โดยมากแค่หลักร้อย ยกเว้นคราวชุมนุมใหญ่ที่ประตูท่าแพ-อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่มีมากกว่า ๕ พันคน

ผู้เขียนรู้ความจริงทั้งหมดหรือไม่ว่า...Why ?

มาถึงตรงนี้ก็อยากจะเท้าความสักครั้งเพราะต้องการให้สังคมรู้แจ้ง...ว่าทำไมมันเป็นอย่างที่ผู้เขียนว่า...

โดยผมจะเล่าถึงประสบการณ์ตรงของผมเมื่อไปอ่านเจอเพจ “ขอคืนพื้นที่ป่าฯ” อันเป็นแคมเปญต่อต้านเรียกร้องขอคืนพื้นที่ป่าฯ ที่ทางกลุ่มตุลาการไปสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ของ ดร. ทนง ทองภูเบศร์ ที่ผมไปอ่านเจอเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561..

เมื่ออ่านแล้วผมก็มีความคิดที่จะโดดลงไปร่วมทันที..ก็เลยโทรไปเรียกคนในกลุ่มที่เราเคยทำกิจกรรมจิตอาสามาด้วยกัน ไปดูสถานที่ให้เห็นกับตาพร้อมกับเตรียมของที่จะไปจุดธูปสาปแช่งไปด้วยตามหลักฐานในกระทู้นี้..อันเป็น 3 กระทู้แรกที่ผมเขียนถึง “ ป่าแหว่ง “ (ตามที่เอามาให้ดูต่อท้าย)

จากนั้นผมก็เกาะติดมาตลอด...โดยเขียนต่อต้าน “ ป่าแหว่ง “โดย อาศัยข้อมูลจากเพจของ ดร.ทนง ทองภูเบศร์ จนกระทั่งมาถึงวันที่ 24 มีนาคมอันเป็นวันรวมตัวกันครั้งแรก ที่สนามกีฬา 700ปี...

ใช่..วันนั้นมีคนไปร่วมหลักร้อยต้นๆเพราะคนยังไม่รู้กันทั่ว กลุ่มผมเราไปกัน 5 คนหลังจากที่ทำกิจกรรมเสร็จแล้วเราก็มานั่งประชุมกันเพื่อที่จะรวมกันต่อต้าน “ป่าแหว่ง” ดังมีหลักฐานการประชุมลงนามไว้เป็นหลักฐานว่าจะร่วมมือกันสู้...ตามที่ผมเอามาให้ดูข้างล่าง...

[Image: dqPRspJ.jpg]

รายชื่ออันดับ 2 และลำดับ 5 เป็นตัวแทนจากกลุ่มจิตอาสาฯ

หลังจากนั้น 2 วันกลุ่มเครือข่ายฯ ก็ตัดรายชื่อเราออกจากกลุ่มแล้วตั้งกลุ่มเครือข่ายขึ้นมาใหม่เพื่อกีดกันตัดเราออกไปเราด้วยเหตุผลที่ว่าเราเป็นเสื้อแดง


[Image: zgkC1XP.jpg]
ป.ล. ต้องขออภัยภาพที่ได้มาบันทึกไว้ไม่ได้ชัดเจนทั้งหมด

แต่กลุ่มเราก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะยังไงๆก็มีจุดประสงค์อย่างเดียวกันและเราก็ไม่ได้หวังผลใดๆนอกจากอุดมการณ์ดั้งเดิมที่ได้ตั้งไว้คือไม่เอาป่าแหว่งและให้รื้อถอนสถานเดียวและเราก็ยังไปร่วมจัดกิจกรรมอีกสองครั้งที่หน้าค่ายทหารเพราะเขาต้องการเจรจาแต่ก็ไม่ได้เจรจาแต่อย่างใดเพราะจำเลยสังคม(ตัวแทนศาล)ไม่มา...


ความจริงกลุ่มเราไม่เห็นด้วยกับการเจรจาต่อรองใดๆเพราะคิดว่ามันเสียเวลาเปล่าๆและเรากำกังเดินเข้าไปเป็นไก่รองบ่อนแต่เราก็ไม่คัดค้านกลุ่มเครือข่ายฯเพราะไม่อยากสร้างความร้าวฉานเสมือนกับแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอะไรอย่างนั้น..กลุ่มเราไม่ต้องการความเด่นดัง....แต่เราก็สนับสนุนเครือข่ายฯมาตลอดโดยการเผยแพร่ข่าวสารให้กระจายออกไป



จนกระทั่งมาถึงการจัดชุมนุมที่ประตูท่าแพ วันนั้นมีคนไปเยอะมาก..หลายพันคนอยู่สามารถพูดได้เลยว่ากว่า 50% เป็นคนเสื้อแดงแต่เราไม่ได้แสดงตัวว่าเราออกไปเพราะเราเป็นเสื้อแดงซึ่งมันก็ไม่ใช่จริงๆคิดอยู่อย่างเดียวว่าเราออกไปเพื่อต่อต้านป่าแหว่งในฐานะคนรักป่าดอยสุเทพด้วยกัน..



วันนั้นผมยังพูดกับคนในกลุ่มผมว่า “ถ้าเราจัดได้อย่างนี้อีกซัก 2 สองครั้งตั้งเป้าอยู่อย่างเดียว “คือต้องรื้อต้องเต ป่าแหว่งให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างเดียว จะทำด้วยวิธีไหนศาลเป็นคนก่อ ก็ต้องคิดแก้เอง  ตราบใดที่ไม่เห็นคำสั่งยอมรื้อเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ไม่ต้องไปเจรจาใดๆ เราต่อต้านไม่เลิก เขาต้องยอมเราแน่ “



แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นอีกสองสามวันทางเครือข่ายก็ไปนัดเจรจากับนายหัวหงอกรับเงื่อนไขที่เขาเสนอมาอย่างไร้เดียงสาหารู้ไม่ว่ากำลังเดินเข้าทางเขาโดยอ้างเป็นตัวแทนของกลุ่มประชาชนทั้งหมดซึ่งมันไม่ใช่....



เมื่อไปรับเงื่อนไขมาก็โดนคนที่ไม่เห็นด้วยรุมด่าจนกระทั่งมารู้ตัวว่าตัวเองโดนหลอกเลียเวลาไปเต็มๆ ถึงวันนี้ก็เกือบจะสี่เดือนแล้วโดยที่ไม่มีอะไรคืบหน้า...



เมื่อรู้ตัวว่าเจ็บช้ำจากการโดนหลอกอย่างแน่นอนแล้วก็คิดที่จะระดมพลมาชุมนุมต่อต้านอีก..งานจะไปได้หรือไม่ต้องอยู่ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย..ขอย้ำ..ทุกๆฝ่ายไม่เลือกเขาเลือกเราไม่ใช่จะเอาความคิดของเครือข่ายฯอย่างเดียวมาเป็นธงนำหรืออ้างเป็นตัวแทนชาวเชียงใหม่ทั้งหมด กลุ่มคนที่ต่อต้านร่วมกับเครือข่ายฯแต่แรกๆก็มี..แตกหน่อแตกกอเพราะไม่เห็นด้วยกับการเจรจากับรัฐบาลก็มี...



ยิ่งการออกมาเขียนโพสต์อย่างคุณ “สุพจน์ เอี้ยงกุญชร “ หรือ “Supote Iangkoonchorn” ตามที่เอามาให้อ่านมันกลับจะสร้างความร้าวฉานแตกสามัคคีขึ้นไปอีกเพราะเขาเขียนออกมาแบบเลือกข้าง...

 

ก็ไม่มีอะไรครับเมื่อเขาว่ามาผมก็มาแก้ต่างทุกฝ่ายก็จะได้เข้าใจดีขึ้น...



ความคิดผมก็เหมือนคุณคนนี้ที่เขาว่า “สิ่งที่ควรเป็นคือ ไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างใดๆบนผืนดินแห่งนี้ ป่าควรเป็นป่าเช่นเดิม หากให้เช่ากับให้อยู่ก็ไม่ต่างกัน....ป่าควรเป็นป่าเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ หากคนอยากอยู่ก็ไม่ต่างกันกับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้



วันที่ 26 ส.ค.ผมและเพื่อนๆที่ใกล้ขิดกันเป็นร้อย...ก็จะไป....



และก็ถือโอกาศชวนกันออกไปเยอะๆนะครับ หันมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน..ลืมเรื่องที่ขุ่นข้องหมองใจกันเสีย...



เพื่อบ้านเมืองของเรา..เราต้องสร้างมวลชนมาเป็นพลังต่อรองในสิ่งที่เราต้องการ



ขอขอบคุณ

อาข่า ยูเอสเอ

22 สค. 2561
 
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
เกรียนคีย์บอร์ดช่วยอะไรไม่ได้หรอก


การคัดค้านโครงการบ้านพักตุลาการ ภาค ๕ ตลอดสองปีที่ผ่านมา มีผู้คนในโซเชียลมีเดียจำนวนมากได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ มีทั้งโพสต์ทั้งแชร์ทั้งเม้นท์จากคนทุกกลุ่มทุกรุ่นในโซเชียล จนสรุปได้ว่า แทบจะไม่มีคนเห็นด้วยกับโครงการนี้เลย แม้จะมีบ้างที่เห็นต่างด้วยวิธีคิดอันมีอคติต่อผู้ที่คัดค้าน หรือใช้วิจารณญาณที่แปลกประหลาดแบบตรรกะวิบัติ แต่สุดท้ายก็ถูกกลบทับด้วยข้อเท็จจริงไปในที่สุด 

แม้จะเชื่อได้ว่ามีผู้คนเป็นหมื่นเป็นแสนที่คัดค้านโครงการนี้ แต่เมื่อเจอกับเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าคนหัวหมอ หลายคนก็หวั่นไหวหรือท้อถอย และไม่เชื่อว่าการคัดค้านจะประสบความสำเร็จ แต่น่ายินดีที่กลุ่มแกนนำในการคัดค้านโครงการนี้ เช่น คุณธีรศักดิ์ คุณบัณรส คุณคำศรีดา และอีกหลายคนที่ยังคงยืนหยัดต่อปณิธานในการคัดค้านต่อไป และที่สำคัญที่สุดคือ น่าเชื่อได้ว่ากลุ่มแกนนำเหล่านี้ปลอดจากการเมืองและไม่มีสีไม่มีค่าย ถึงจะมีก็คงมีครบทุกสี ซึ่งนั่นนับเป็นเป็นปรากฏการณ์อันดีที่แสดงถึงความสามัคคีปรองดองของคนเชียงใหม่นั่นเอง

ดังนั้น ทุกท่านที่เห็นด้วยกับการขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพจะต้องมีจิตใจอันมั่นคงและให้ความเชื่อมั่นต่อแกนนำเหล่านี้ นั่นคือต้องรื้อบ้านพักตุลาการลงจากดอยสุเทพเท่านั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกครั้งที่มีการประชุมเสวนาระดมความคิดเห็นของเหล่าแกนนำ กลับมีผู้เข้าร่วมไม่มากเท่าที่ควร โดยมากแค่หลักร้อย ยกเว้นคราวชุมนุมใหญ่ที่ประตูท่าแพ-อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่มีมากกว่า ๕ พันคน ไม่เหมือนกับกระแสในโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ล้นหลาม(หลักหมื่น) ซึ่งทำให้เห็นได้ว่า คนพูดมีมากกว่าคนทำหลายเท่า และด้วยเหตุนี้แหละที่จะทำให้การคัดค้านไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เชื่อลองถามตัวท่านเองดู ท่านเห็นด้วยกับการคัดค้านโครงการนี้ใช่หรือไม่ แล้วท่านเคยออกมาร่วมแสดงพลังคัดค้านบ้างหรือยัง นอกจากนั่งให้กำลังใจหน้าอยู่จอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ทำตัวเป็นแค่เกรียนคีย์บอร์ด ซึ่งมันแทบไม่มีประโยชน์ต่อการคัดค้านในเวลานี้เลย

ถึงตรงนี้จึงเห็นได้ว่า เกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายไม่มีประโยชน์แล้วจริงๆ ถ้าไม่ออกมาร่วมกันแสดงพลังด้วย ซึ่ง ๒๖ สิงหาคม ศกนี้อาจเป็นการแสดงพลังครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้นะครับ
 
Supote Iangkoonchorn
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
หลักฐานในกระทู้นี้..อันเป็น 3 กระทู้แรกที่ผมเขียนถึง “ ป่าแหว่ง “  
ดูๆแล้วมันก็จริงอย่างที่เขาว่า....หรือว่าหน้าด้านหน้าทนซะอย่าง...
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9254
 
 
นิราศ..” ตี๋นดอย “(สุเทพ)...วันนี้ไปจุดธูปสาปแช่งมาละ.../ อัพเดท..
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9251
 
จากนี้ไปใครจะไล่ Hia ต้องจุดธูป 36 ดอก แล้วจะไม่ถูกจับติดคุกติดตาราง..
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9240
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org