• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
กรณี “ป่าแหว่ง “ ดร. คนนี้คงจะเป็นคน “หน้าเงิน “ เขียนถึงอะไรก็จะตีเป็นค่าเงินเสียหมด

#1
กรณี “ป่าแหว่ง “ ดร. คนนี้คงจะเป็นคน “หน้าเงิน “ เขียนถึงอะไรก็จะตีเป็นค่าเงินเสียหมด..


จากข้อเขียนของดร. โสภณ พรโชคชัยที่เขียนโพสต์ว่า...

ข้อเสนอถึงพวกคิดรื้อ หมู่บ้านป่าแหว่งกระทู้นี้ไปตั้งหัวข้อในเฟสบุ๊คไว้ว่า “กระซวกพวกจะรื้อหมู่บ้านป่าแหว่ง”...

มีการส่งเสริมแนะนำให้ไล่ กลุ่มผู้พิพากษาออกไปแล้วให้นายกใช้ ม.44 เอาที่นี้มาให้คนเช่าเพราะเสียดายของ เสียดายงบ 600 กว่าล้านจากเงินภาษีของประชาชนที่เอามาสร้างบ้านพักศาล 45 หลังและอาคารยูนิตอีก 9 หลัง...

[Image: 406-61-01.jpg]

“ผู้เขียน “ คงจะเป็นคน “หน้าเงิน “ เขียนถึงอะไรก็จะตีเป็นค่าเงินเสียหมด..แต่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทางด้าน “ จิตใจ “ซึ่งบางครั้งมันเป็นสิ่งที่ “ประเมิน”  ค่าไม่ได้..เช่น
มูลค่าทางด้านจิตใจ Psychological value หรือคุณค่าทางจิตMental value

ซึ่งจะเอามูลค่าทางเงิน Money Value มาเปรียบเทียบไม่ได้....

กรณี “หมู่บ้านผู้พิพากษา ป่าแหว่ง “ ตอนนี้ รู้ทั้งรู้ว่าใครทำให้ป่ามันแหว่งขึ้นไปอย่างนั้น ประชาชนเขามารู้ทีหลังเพราะเขาแบบซุ่มทำจะมีรู้บ้างก็ไม่กี่คนจะเอามาสร้างเป็นกระแสก็ไม่ได้เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ “ต้องไว้อาลัยโศรกเศร้ากันทั้งแผ่นดิน “เขาเลยไม่กล้าสร้างความขัดแย้งนั้นจนมาถึงช่วงเดือนพฤษภามีนา 2561 นี่แหละที่ดร.ทนง ทองภูเบศร์ได้จัดตั้งแคมเปญต่อต้านขอคืนพื้นที่ป่าฯ ที่ทางกลุ่มตุลาการไปสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ของ ดร. ทนง ทองภูเบศร์ ที่ผมไปอ่านเจอเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561..

เมื่ออ่านแล้วผมก็มีความคิดที่จะโดดลงไปร่วมทันที..ก็เลยโทรไปเรียกคนในกลุ่มที่เราเคยทำกิจกรรมอาสามาด้วยกัน ไปดูสถานที่ให้เห็นกับตาพร้อมกับเตรียมของที่จะไปจุดธูปสาปแช่งไปด้วยตามหลักฐานในกระทู้นี้..อันเป็น 2 กระทู้แรกที่ผมเขียนถึง “ ป่าแหว่ง “ (ตามที่เอามาให้ดูต่อท้าย)

“ ป่าดอยสุเทพ “เป็นทั้งสัญลักษณ์และทางวัฒนธรรมและกลายเป็นสิ่งศักสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาเป็นร้อยเป็นพันปีโดยไม่มีใครกล้าไปแตะต้องแม้แต่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ก็ไปสร้างอยู่ในเขตสูงเหนือขึ้นไปและยังมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งที่อยู่บนยอดดอยปุยที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกเพราะคงมีพระราชประสงค์ที่จะไปรบกวนคนท้องถิ่น เขตป่าหรือเขตดอยที่เป็นวัดพระธาตุดอยสุเทพในปัจจุบันจึงทรงเลือกที่จะไปสร้างพระตะหนัก ณ ที่นั้น(ดูเอกสารประกอบ)

ดังนั้นการที่มีคณะตุลาการไปบุกรุกแผ้วถางป่าแล้วไปสร้างวิมาน ให้ป่ามันแหล่งขึ้นไปอย่างนั้นแถมยังใช้งบจากภาษีของประชาชน มันเป็นทัศนีย์ภาพที่บาดหูบาดตาขัดต่อความรู้สึกคนเชียงใหม่ล้านนาอย่างนั้นจึงรับไปได้จึงพากันออกมาต่อต้าน...

ดร.ทนง ทองภูเบศร์  ได้เขียนส่วนหนึ่งบันทึกในแคมเปญขอคืนพื้นที่ป่าฯไว้ว่า..

การรุกล้ำเข้าไปก่อสร้างอาคารบ้านพักในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่เป็นระบบนิเวศน์ภูเขายังส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของพืช สัตว์ มด แมลง จุลชีพ ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นการทำลายหน้าดิน ทำลายพื้นที่รับน้ำ ทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง แสง ความสั่นสะเทือน ฝุ่นควัน และยังจะทำให้สูญเสียทัศนียภาพที่งดงามของดอยสุเทพ และเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมรดกที่ล้ำค่าทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม ทำให้สูญเสียป่าที่เป็นปอดของคนเชียงใหม่ และยังต้องเสี่ยงอันตรายจากภัยธรรมชาติทั้งน้ำป่า ไฟป่า ดินถล่ม เป็นต้น
ที่มา :  https://goo.gl/mZCzP7

เชิญอ่านข้อเขียนของ ดร.โสภณ พรโชคชัยได้ที่กระทู้นี้ครับ :
ข้อเสนอถึงพวกคิดรื้อ หมู่บ้านป่าแหว่ง
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9663
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
 พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” 

[Image: 673.jpg]


[img=5x5]file:///C:/Users/Com/AppData/Local/Temp/msohtmlclip1/02/clip_image001.gif[/img]พระราชนิเวศน์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๗๓.๑๙๗ เมตร ในเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ ๔๐๐ ไร่ นั้น แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมประมาณ ๒๐๐ ไร่ คำว่า ดอยบวกห้า เป็นชื่อเรียก ตามคำพื้นเมือง ดอยหมายถึงภูเขา บวกหมายถึง หนองน้ำ ห้าหมายถึงต้นหว้า หมายความว่า ที่ยอดดอยแห่งนี้มี หนองน้ำอุดมไปด้วยต้นหว้าขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณหนองน้ำนั้น พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชทานนาม พระตำหนักองค์นี้ว่า ภูพิงคราชนิเวศน์ โดยทรงเลือกจาก หนึ่งใน ๒ ชื่อ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งเป็นที่ พระศาสนโสภณ เป็นผู้คิดชื่อถวาย คือ พิงคัมพร กับ ภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม อีกทั้งเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ผู้คนพลเมืองยังดำรงรักษาจารีตขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามไว้

http://www.bhubingpalace.org/index2.php?...1115051036
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ดอยปุย หรือ อุทยานแห่งชาติดอยปุย


    ดอยปุย ยอดเขาที่สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ มีลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบ ๆ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส

ยอดดอยปุย

          ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ดอยสุเทพและดอยปุยเป็นถิ่นอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด เช่น ไก่ฟ้าหลังขาว นกกางเขนน้ำหลังดำ นกศิวะปีกสีฟ้า ฯลฯ ในช่วงฤดูหนาวยังมีนกอพยพบินย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอีกเป็นจำนวนมาก หลายชนิดเป็นนกหายาก โดยเฉพาะ นกเขน นกจับแมลงสีคราม นกเดินดงอกลาย นกปีกแพรสีม่วง ฯลฯ 

          ใกล้กับยอดดอยปุยมีสถานที่สำหรับกางเต็นท์ ซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 250 คน ซึ่งห่างจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ประมาณ 7 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างแคบและลาดชัน สำหรับผู้ที่ไม่ชินเส้นทาง ควรเดินทางไปถึงก่อนเวลา 17.00 น. เพื่อความสะดวกและปลอดภัย 

 
[Image: customLogo.gif?revision=1]

https://sites.google.com/a/longwittaya.a...ti-dxy-puy
 
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
หลักฐานในกระทู้นี้..อันเป็น 3 กระทู้แรกที่ผมเขียนถึง “ ป่าแหว่ง “  
ดูๆแล้วมันก็จริงอย่างที่เขาว่า....หรือว่าหน้าด้านหน้าทนซะอย่าง...
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9254
 
 
นิราศ..” ตี๋นดอย “(สุเทพ)...วันนี้ไปจุดธูปสาปแช่งมาละ.../ อัพเดท..
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9251
 

จากนี้ไปใครจะไล่ Hia ต้องจุดธูป 36 ดอก แล้วจะไม่ถูกจับติดคุกติดตาราง..
http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=9240
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org