• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เครือข่ายฯขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ...ขอให้เลิกไปเจรจาใดๆกับภาครัฐได้แล้ว...

#1
เครือข่ายฯขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ...ขอให้เลิกไปเจรจาใดๆกับภาครัฐได้แล้ว...


เพราะประจักษ์ด้วยตัวเองกับโสตทั้ง 5 แล้ว...ว่าเขามีความจริงใจแค่ไหน...

แค่ตั้งธงไว้อย่างเดียวว่าจะต่อต้านเอาป่าแหว่งดอยสุเทพคืนมาให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆเหมือนเมื่อปี 2557 ให้ได้...

[Image: zra7Yy9.jpg]

นั่นก็ย่อมหมายถึง...วิมานป่าแหว่งบนดอยของตุลาการจะต้องรื้อต้องเตออกไป..

จะโดยวิธีใดนั้น..ใครก่อ....คนนั้นต้องเป็นคนไปแก้....ไม่ใช่ประชาชน..เพราะตอนสร้างประชาชนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย..มาเห็นก็ต่อเมื่อกลุ่มผู้พิพากษาตัดโค่นต้นไม้ รุกป่า ทำลายป่าเพื่อสร้างวิมานจนป่าสมบูรณ์มันแหว่งอย่างที่เห็น....

เมื่อไม่แก้...เราไม่ยอม...จะประท้วงต่อต้านอย่างต่อเนื่อง..

ขอเสนอแนะเครือข่ายฯในการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆอาทิตย์..เช่น..

1. ออกไปปั่นจักรยานจากตัวเมืองไปตามถนนสายต่างๆในอำเภอรอบนอก ติดธงเขียวเป็นสัญลักษณ์ต่อต้าน เชิญนักข่าวมาทำข่าว มีรถกระบะที่มีป้ายขนาดใหญ่ห้อยไว้ทั้งสองข้าง ขับตามหลังไปทำติดต่อกันทุกอาทิตย์

2. จัดทีมจิตอาสาไปตามตลาดนัดและตลาดต่างๆ จัดนิทรรศการเล็กๆตั้งโต๊ะเดินแจกใบปลิว (ที่มีข้อความเรียกร้องทวงคืนผืนป่าและข้อเท็จจริงว่าทำไมเราต้องทวงคืน) แจกริบบิ้นเขียวและธงเขียวที่สามารถเอาไปติดตามที่ต่างๆได้

3. จัดพิธีกรรมสาปแช่งโดยไม่ต้องใช้มวลชนมากมายแต่จะอาศัยนักข่าวแพร่ข่าวและภาพกระจายออกไป

4. ทำสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ต่อต้านป่าแหว่งแจกให้กับบ้านหรือร้านค้าทั่วไปที่มีความประสงค์จะเอาไปติดที่ร้านของตนทั่วเมืองเชียงใหม่มีข้อความภาษาอังกฤษด้วยยิ่งดี....

ทำติดต่อกันอย่างนี้สักเดือนหรือสองเดือนให้มวลชนรับรู้รับทราบ..จัดหนักขึ้นเรื่อยๆให้ประชาชนมีความรู้สึกร่วม รักและหวงแหนผืนป่าของเขา ไม่ยอมให้ใครมารุกและทำลายป่าดอยสุเทพอีกต่อไป..ไม่มีข้อยกเว้น...ตราเป็นกฎหมายไว้เลย...

เชื่อมั่นว่าทางกลุ่มเครือข่ายฯต้องทำได้....โดยไม่ต้องมีการชุมนุมใดๆจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเราชาวล้านนาที่รักป่าดอยสุเทพทนต่อการย่ำยีในหัวใจอีกไม่ไหว...ถึงเวลานั้น...เราออกมาพร้อมกัน....

 
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ปราศจากตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน !!!
 
การประชุมกรรมการป่าแหว่งฝ่ายเดียวของภาครัฐ

เครือข่ายภาคประชาชน ยอมเป็นเด็กดีร่วมเป็นกรรมการร่วมมา 2 เดือนเต็มๆ

จนได้ข้อสรุปที่จะนำเสนอ กรรมการชุดใหญ่ที่มี ผวจ.เป็นประธาน
นัดประชุมวันที่ 7 ส.ค. 61 เวลา 13.30 น.

แต่ปรากฏว่า มีเอกสารลึกลับจากนักวิชาการด้านวิศวกรรม เสนอเข้ามา

ว่า ขออาคารชุด 9 หลัง เอาไว้ใช้งาน....เฮ้ย มาได้ไง นอกข้อตกลงนี่หว่า

ความพยายาม ที่จะไม่ทำตามข้อตกลงโดยนักวิชาการสายโยธา อ้างว่าคอนโด 9 หลังไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ขอเอาไว้ให้ศาลได้ใช้งาน

รุกป่า แล้วจะดันทุรังจะยึดพื้นที่ป่า.... เครือข่ายภาคประชาชนจะไปยอมได้ไง

แบบนี้ต้องลาออก ไม่ต้องคุยกันแล้ว พวกเราจึงไม่เข้าประชุมกับอนุกรรมการชุดนี้อีกต่อไป

เดือดร้อน จนท่านผู้ว่าคนปัจจุบัน ต้องเข้ามาเคลียร์ และขอนัดประชุมกรรมการชุดใหญ่ ภายใน 16 ส.ค. 61 นี้

แต่ดูเหมือนว่าหนทางยังอีกยาวไกล ว่าจะคืนพื้นที่ จะยอมย้ายคนที่ไปอยู่ตอนนี้ออกไปหรือไม่ รวมทั้งรื้อบ้านพัก 45 หลัง คอนโดหรู 9 หลัง แล้วคืนพื้นที่กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิมได้เมื่อไร ไม่มีคำตอบ

เราไม่รอแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป ณ ข่วงประตูท่าแพ ขอเชิญพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกอาชีพ ทุกสีเสื้อ เข้าร่วมแสดงพลัง ยืนยันขอป่าดอยสุเทพคืนมา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในการต่อสู้ของคนรักดอยสุเทพ....

ธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ
ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

ขอพลังให้ดอยสุเทพ
ด้วยการร่วมลงชื่อและแชร์แคมเปญ https://goo.gl/mZCzP7
กับเพจ https://goo.gl/Z699YH

จากเพจ #ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
#10คำถาม


หลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาล เรื่องราวสมควรจะจบลงด้วยดี เพราะการไม่มีคนอยู่ในพื้นที่มันก็แปลโดยตัวว่า พื้นที่ป่าแหว่งจะทิ้งร้างเป็นเบื้องต้น ระหว่างนั้นก็หาวิธีการรื้อและฟื้นฟูที่ถูกกฎหมายกันไป

แต่การณ์ยังไม่เป็นตามนั้น อย่างที่ทราบกัน มันจึงมีเหตุคาใจ ที่ต้องถามกันดังๆ :-

1☻ เหตุใดสำนักงานศาลฯ จึงไม่อนุญาตให้นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายประชาชน เข้าไปร่วมชี้แนวและรับรู้กระบวนการรังวัดที่ดินพร้อมกับธนารักษ์เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ทั้งๆ ที่การกันแนวเขตเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับรัฐมนตรี

2☻ เหตุใดสำนักงานศาลฯ จึงไม่อนุญาตให้คณะอนุกรรมการภาคประชาชนที่แต่งตั้งตามกลไกแก้ปัญหา เข้าไปดูพื้นที่ก่อสร้างเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 แต่กลับให้อนุกรรมการภาคส่วนอื่นเข้าไปได้

3☻ เหตุใด เมื่อคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีรมต.สุวพันธุ์เป็นประธานได้ทราบปัญหาการเข้าพื้นที่ไม่ได้ และบอกให้ผวจ.เชียงใหม่ (ปวิณ) มาแจ้งกับประชาชนว่าการไม่ได้เข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนดังกล่าว เป็นแค่การเข้าใจผิดกัน โดยจะส่งเลขานุการรัฐมนตรีมาลงพื้นที่ พร้อมกันนั้นจะให้อนุกรรมการฝ่ายประชาชนเข้าพร้อมกัน แต่เมื่อ 26 มิถุนายน 2561 เลขานุการรมต.เดินทางมาเชียงใหม่ อนุกรรมการภาคประชาชนก็ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ โดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ
ทำไมศาลจึงให้อนุกรรมการภาคส่วนอื่นที่ไม่ใช่ประชาชนเข้าได้.. ทำไม ?

4☻ เหตุใด คณะกรรมการและอนุกรรมการฝ่ายประชาชนได้ร้องขอเอกสาร ก็คือ แบบแปลนก่อสร้าง สัญญา 3 ฉบับและบันทึกท้ายสัญญาทุกฉบับ เพื่อทำการศึกษาตามอำนาจหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้ โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งจากสำนักงานศาลฯ และจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือกระทั่งจากรัฐมนตรีฯซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ ชุดใหญ่

5☻ เหตุใด เมื่อสิ้นสุดสัญญาก่อสร้าง 18 มิถุนายน 2561 เป็นที่ประจักษ์ว่าวันดังกล่าวงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จมีคนงานทำงานตลอดเวลา แต่กลับไม่มีใครผู้ใด หรือ หน่วยงานใดออกมาชี้แจงต่อสาธารณะว่า เกิดปัญหาใดและมีการพิจารณาดำเนินการอย่างไร เช่น มีการต่อสัญญา หรือ ปรับเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมาอย่างไร จะต้องใช้เวลาต่ออีกนาน รวมไปถึงเหตุใดจึงไม่หยุดการก่อสร้างในเมื่อไม่มีผู้ใดอาศัยแน่นอน ฯลฯ
การให้ความชัดเจนกับสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับกรณีที่กำลังเป็นปัญหาขัดแย้งถูกจับจ้องจากทุกฝ่าย การไม่ชี้แจง จากทั้งสำนักงาน และรัฐบาลในฐานะคนกลางที่เข้ามาแก้ปัญหาในฐานะคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ความระแวงแคลงใจ ไปจนถึงการเกิดข้อสงสัยว่าจะละเมิดข้อตกลง

6.☻ เหตุใด จึงไม่เคยมีใครผู้ใด แจ้งข้อมูลความคืบหน้าต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคืบหน้าในการหาที่ดินใหม่ เพื่อก่อสร้างบ้านพักทดแทน และเรื่องการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับสำนักงานศาลว่ามีผลอย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนตรงกัน

7☻ เหตุใด จึงไม่เคยมีใครชี้แจงต่อสาธารณะว่า สำนักงานศาลมีข้าราชการและผู้พิพากษาเข้าพักในอาคารชุด 9 หลังที่อยู่ในเขตห้ามอยู่อาศัย จนกระทั่งเมื่อปลายมิถุนายนที่ผ่านมา มีการพบผู้อาศัย และเป็นกระแสข่าว รัฐบาลจึงค่อยมาเฉลยว่า เป็นผู้เข้าพักก่อนการเจรจา
การไม่สื่อสารและชี้แจงให้เกิดความชัดเจนเป็นปัญหาก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน กระตุ้นให้สถานการณ์ตึงเครียดเป็นปฏิปักษ์ระหว่างประชาชนกับรัฐ เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดซ้ำซาก

8☻ เหตุใดที่ประชุมระดับอนุกรรมการในจังหวัด จึงมีผู้สนับสนุนแนวทางให้มีผู้อยู่อาศัยในเขต อาคารชุด 9 หลัง
ทั้งๆ ที่แนวเขตดังกล่าวเป็นเงื่อนไขข้อตกลงสำคัญระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่ชัดเจนไปแล้ว การเสนอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญคือให้มีผู้อยู่อาศัยได้เป็นเงื่อนไขของปัญหา อาจก่อให้บานปลายต่อไปอีก
เหตุใด อนุกรรมการระดับจังหวัด จึงกล้ายืนกรานข้อเสนอเช่นนี้ หรือว่าการกระทำนี้มีไฟเขียว ประสงค์จะล้ม หรือฉีกข้อตกลงใหญ่หรือไม่

9☻ เหตุใด อนุกรรมการระดับจังหวัด จึงรีรอไม่ยอมเปิดข้อมูลเอกสารแสดงลำดับความเป็นมาของโครงการ ทั้งๆ ที่อนุกรรมการภาคประชาชนเสนอให้บรรจุในเอกสารเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่อยู่ในภาคผนวก เพราะเอกสารดังกล่าวจะทำให้คณะกรรมการชุดใหญ่ รวมถึงสาธารณชนที่มาอ่านภายหลังเข้าใจเรื่องราวลำดับเป็นมาได้ง่ายขึ้น (ล่าสุดยังไม่มีการส่งเอกสารรวมเข้าเล่ม)

10☻ เหตุใดจึงไม่มีความพยายามอธิบาย ชี้แจง ทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัด ในทางกลับกันมีกระบวนการปลุก ยั่วยุ แสดงออกซึ่งความเหยียดหยามแตกต่างชนชั้น กระตุ้นให้ประชาชนไม่พอใจอยู่ตลอดระยะเวลา 3 เดือนมานี้ หรือหวังจะให้ประชาชนโกรธเคืองจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ยกระดับการต่อต้านที่ผิดกฎหมายอย่างนั้นหรือ /

หรือว่านี่เป็นกระบวนการที่วางแผนให้ผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจาล้มเหลว นำไปสู่การล้มข้อตกลงในที่สุด

เหตุใด ???

ทำไม ???

เพราะอะไร ???

#ป่าแหว่ง
#เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ


Bunnaroth Buaklee

August 5, 2018
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
แฉต่อ! บ้านพัก “ป่าแหว่ง” ทั้ง 45 หลังส่อผิดระเบียบสำนักงบฯ สร้างหรูหราใหญ่โตเกินกำหนด

เผยแพร่: 17 ก.ค. 2561 17:05   โดย: MGR Online

[Image: 561000007413701.JPEG]

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - เดินหน้าแฉ“บ้านป่าแหว่ง” จนกว่าจะรื้อ หลังเปิดโปงอาคารชุด 9 หลัง ที่แท้สุดหรูเป็นของผู้พิพากษา-รถหรูจอดเรียง ล่าสุดกางระเบียบสำนักงบฯ บ้านพักระดับอธิบดีผู้พิพากษาเนื้อที่ไม่เกิน 155 ตร.ม.แต่ทั้ง 45 หลัง เกิน 300 ตร.ม

[Image: 561000007413702.JPEG]

วันนี้ (17 ก.ค. 61) เพจเฟซบุ๊ก “ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ยังคงมีการโพสต์เปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่อง 


หลังจากที่วานนี้ (16 ก.ค.) มีการโพสต์ที่ตั้งหัวข้อว่า “แฉตุลาการ ตอนที่ 1 : อาคารชุดสุดหรู ของผู้น้อย?” ซึ่งเปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาคารชุด 9 หลัง ที่อยู่ในแนวเขตที่จะต้องถูกรื้อว่า 8 ใน 9 หลังเป็นอาคารชุดของข้าราชการระดับผู้พิพากษา ที่อาคาร 1 หลัง มีเพียง 8 ห้องนอน และน่าจะมีความหรูหราระดับเพนต์เฮาส์

[Image: 561000007413703.JPEG]

[Image: 561000007413706.JPEG]

โพสต์ล่าสุดมีการตั้งหัวข้อว่า “แฉตุลาการตอน 2 : ปริศนาพื้นที่บ้านเดี่ยว” ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า ตามระเบียบของสำนักงบประมาณ เมื่อปี 2557 มีการกำหนดบ้านพักข้าราชการระดับอธิบดีผู้พิพากษา มีเนื้อที่ไม่เกิน 155 ตารางเมตร ซึ่งน่าจะมีพื้นที่ประมาณบ้าน 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตามปกติทั่วไป และราคาไม่เกิน 1.6 ล้านบาท แม้ปี 2560 จะมีการเพิ่มเนื้อที่เป็น 181 ตารางเมตร แต่บ้านพักในโครงการดังกล่าวนี้จากคาดการณ์และประเมินเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญจากการเห็นสภาพจริงแต่ยังไม่เคยได้รับหรือเห็นแบบแปลนจากสำนักงานศาลยุติธรรมเชื่อว่าน่าจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 300 ตารางเมตร ([b]อ่านโพสต์ต้นฉบับ>>https://www.facebook.com/DoiSuthepModel/posts/275864269832257)
[/b]


ทั้งนี้ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 61 ที่ครบกำหนดสัญญาโครงการก่อสร้างดังกล่าวและต้องส่งมอบพื้นที่คืนให้เพื่อดำเนินการฟื้นฟูตามข้อตกลง ปรากฏว่าผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว ทางสำนักงานศาลยุติธรรมยังคงนิ่งเงียบและเพิกเฉย ไม่มีการให้ความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้นว่าจะมีการต่อสัญญาหรือปรับผู้รับเหมาหรือว่าจะดำเนินการอย่างไร เป็นการไม่ทำตามข้อตกลงที่ว่าจะมีการคืนพื้นที่ให้ และยังไม่ยอมย้ายผู้ที่พักอาศัยอยู่ในอาคารชุด 9 หลัง ที่จะมีการรื้อตามข้อตกลง รวมทั้งยังมีผู้เข้าไปอยู่อาศัยเพิ่มอีก

[Image: 561000007413707.JPEG]

[Image: 561000007413708.JPEG]

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีการระบุมาตลอดว่าอาคารชุดดังกล่าวเป็นของข้าราชการชั้นผู้น้อยและขอความเห็นใจ อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตการณ์และตรวจสอบข้อมูลพบว่าสิ่งที่มีการกล่าวอ้างมาตลอดนั้นไม่เป็นความจริง ดังจะเห็นได้จากรถหรูหราราคาแพงของผู้พักที่จอดไว้ในที่จอดรถ และจากการตรวจสอบแล้วพบว่าอาคารชุด 8 จาก 9 หลังเป็นของผู้พิพากษา ที่มีความหรูหรา อาคารชุดดังกล่าวเพียงหลังเดียวหากเป็นห้องพักของทหารหรือตำรวจอาจจะสร้างได้มากถึง 60 ห้อง ดังนั้นจึงอยากจะเรียกร้องให้มีการย้ายออกและปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้กันไว้

[Image: 561000007413709.JPEG]

ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ระบุด้วยว่า จากนี้เป็นต้นไปทางเครือข่ายจะมีการนำข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับโครงการนี้ออกมาเปิดเผยเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่าการดำเนินการโครงการนี้อาจจะมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จากเดิมที่ต้องการเพียงขอคืนพื้นที่ป่าเท่านั้น แม้จะมีข้อมูลเชิงลึกต่างๆ อยู่มากมายตั้งแต่แรกแต่ไม่เคยเปิดเผย อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีความจำเป็นแล้วเพราะมีการผิดข้อตกลงกัน ซึ่งล่าสุดวันนี้ (17 ก.ค.) มีการเปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบ้านพักทั้ง 45 หลัง ที่อาจจะดำเนินการผิดระเบียบสำนักงบประมาณ ที่เมื่อปี 2557 ที่มีการทำสัญญากัน มีการกำหนดว่าบ้านพักข้าราชการระดับอธิบดีผู้พิพากษามีเนื้อที่ไม่เกิน 155 ตารางเมตร เพราะดูแล้วน่าจะมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 300 ตารางเมตร โดยจากนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ ออกมาอีกไม่หยุดเพื่อให้ประชาชนช่วยกันพิจารณา

[Image: 561000007413710.JPEG]

https://mgronline.com/local/detail/9610000071159
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org