• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ผมขอถามหน่อย.. จะไปปลูกป่าปลูกหญ้า..ในพื้นที่อย่างนี้..มันจะทำได้ยังไง...

#1
ผมขอถามหน่อย.. จะไปปลูกป่าปลูกหญ้า..ในพื้นที่อย่างนี้..มันจะทำได้ยังไง...


ตอนนี้เนื้อที่กว่าครึ่งเป็นถนนคอนกรีตแล้วจะให้เป็นป่าในสภาพเดิมได้อย่างไรถ้าไม่รื้อทิ้ง..

[Image: r3Z209x.jpg]

จากพื้นที่ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์..คณะศาลอุทธรณ์ภาค 5 มาแผ้วถางโค่นต้นไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างบ้านพักวิมานหรูเพื่อตัวเองโดยใช้งบภาษีของประชาชนไป 600กว่าล้าน(ไม่นับตึกที่ทำการศาลอุทธรณ์ที่อยู่ติดริมคลอง)..

เมื่อมันผุดขึ้นมาให้ประชาชนเห็น ก็ได้รับการต่อต้านคัดค้านให้ “รื้อ “ หรือ “ทุบทิ้ง “ สถานเดียว....

เพราะมันค้านต่อสายตา ความรู้สึกที่มีในจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่และล้านนาที่เคารพนับถือ “ดอยสุเทพ “ แห่งนี้...เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นพันปี...

จนกระทั่งตัวแทนเครือข่ายฯที่ออกโรงต่อต้านอย่างแข็งแกร่ง ที่ได้ชักชวนประชาไปร่วมด้วย กลับไปลงชื่อทำความตกลงกับภาครัฐไม่กี่คน(หลักฐานแนบ)
รายชื่อตัวแทนทั้ง 52 กลุ่มหายไปไหน....เสียงของประชาชนที่เห็นด้วยกับกลุ่มท่านมาแต่แรกเพราะเห็นด้วย....ตัดเขาออกไปไหน...?

สิ่งที่เครือข่ายฯได้มา กลายเป็นว่า จะปลูกป่าก่อน ยังไม่รื้อสิ่งก่อสร้างใดๆ แล้วยังชวนกันปลุกป่าปลุกหญ้ากันน้ำหลาก...

อ้าว..อย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะ มันไม่ใช่เจตนารมณ์ของประชาชนทั้งหมด...เข้าใจผิดหรือเปล่า...

ตัวแทนเจรจาไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆได้เด็ดขาดนะ...เมื่อได้รับข้อเสนออะไรมาก็ต้องเอากลับมาถามประชาชนก่อนว่ายอมรับได้ไหมก่อนที่จะไปตกลงผูกมัดอะไรกับใคร...

แต่ที่เครือข่ายฯ ตัดสินใจทำมันไม่ใช่อย่างนั้น...คนที่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นมันยอมรับไม่ได้...

คณะศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้กระทำการที่ขัดต่อความรู้สึกและจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่ล้านนา..

โยนปัญหาไปให้รัฐบาลรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้ก่อขึ้น ไม่กล้าออกมายอมรับและขอโทษประชาชน..

แล้วยังมีหน้ามาข่มขู่จะเอากฎหมายมาจัดการ....จะด้วยข้อหาอะไรมิทราบ..?

การกระทำเยี่ยงนี้มันหมายความว่าอย่างไร..

เครือข่ายฯ กลัวอะไรถึงได้มายอมรับเงื่อนไขของเขา ในเมื่อตั้งธงไว้แต่แรกแล้วว่า “รื้อหรือเตขว้างสถานเดียว “....

ตราบใด...ถ้าเขาไม่ทำตามที่ว่า...ก็ต้องประท้วงและกดดันจนถึงที่สุด....โดยไม่ต้องไปเจรจาใดๆ...

พวกท่านเป็นแกนนำฯ แต่ทำไมถึงไปทำในสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกของคนหมู่มาก....

ท่านชักชวนประชาชน ปลุกระดมให้มาร่วมต่อต้าน..อย่างหนักแน่น...

แถมยังประกาศว่างานนี้ไม่ยุ่งกับการเมืองไม่ให้มีการเมืองการเมืองมาเกี่ยวข้อง..

มาบัดนี้...การเมืองมาทำให้ท่านสยบ...มันหมายความว่าอย่างไร..?

มันยังมีภาคประชาชนอีกเยอะที่ไม่เห็นด้วยกับท่านนะ..จะบอกให้...
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
[Image: 2khZoJZ.jpg]


[Image: Gxiv2w3.jpg]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
akausa 
08 พ.ค. 2018 


อ่านและคิดกันเอาเองนะครับ.......

Bunnaroth Buaklee

 
ข่าวแถลงเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ประจำวันที่ 7 พ.ค. 2561
ทีมโฆษกขอแจ้งความคืบหน้าสถานการณ์หลังจากมีข้อตกลงกับรมต.สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ดังต่อไปนี้

1. ตัวแทนของเครือข่ายฯ จะเข้าไปร่วมคณะกรรมการ 2 ชุด ที่จะแต่งตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยคณะกรรมการฟื้นฟูพื้นที่ และคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างเพื่อคืนป่าสภาพสมบูรณ์ดังเดิมกลับมา
โดยคณะกรรมการฟื้นฟูจะแบ่งการทำงานในระยะเร่งด่วน ระยะกลางหรือระยะที่รื้อย้ายอาคาร และระยะยาวหลังจากรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง
ส่วนคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เครือข่ายเรียกสั้นๆ ว่าคณะกรรมการรื้อย้ายฯ จะมีตัวแทนเครือข่ายและนักวิชาการรวมทั้งตัวแทนจากสภาวิศวกรรมสถาน เข้าไปร่วมในคณะนี้
หลังจากได้รับแต่งตั้งคณะกรรมการจะเริ่มทำงานทันที โดยทางเคริือข่ายได้ย้ำต่อที่ประชุมว่า จะต้องให้อำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการเรียกเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพราะนี่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการรื้อย้ายที่ถูกกฎหมายและปราศจากข้อกังขาจากทุกฝ่าย

2. ภาคีเครือข่ายฯ ได้ตอบรับและจะเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูป่า 27 พ.ค.ร่วมกับภาครัฐ ภายในโครงการหมู่บ้านข้าราชการตุลาการ กิจกรรมนี้ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาผลกระทบที่จะลามมาถึงพี่น้องประชาชนด้านล่างบนพื้นราบ
กิจกรรมปลูกป่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมครั้งนี้จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนผูกริบบิ้นเขียวที่ข้อมือเป็นสัญลักษณ์ของประชาชนที่อยากเห็นดอยสุเทพกลับมาเป็นสีเขียวดังเดิม
ทั้งนี้ ทางเครือข่ายจะระดมความเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพันธมิตร เสนอแนวทางฟื้นฟูฉบับประชาชนเข้าไปในคณะกรรมการนี้
โดยเห็นว่า การฟื้นฟูสภาพป่าจะเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างลงไป

3. สนง. ธนารักษ์จะเข้ารังวัดพื้นที่ แบ่งแยกอาคารที่ทำการศาลกับพื้นที่ขอคืน ในวันที่ 10 พ.ค. นี้ โดยทางเครือข่ายจะส่งตัวแทนเข้าไปร่วมชี้แนวเขต
นี่เป็นอีกความคืบหน้าที่จับต้องได้ ที่เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จหลังจากที่พวกเรา เริ่มเรียกร้องรณรงค์

4. ข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากที่ประชุม บอกว่า ผู้รับเหมามีกำหนดส่งมอบงานให้กับสนง.ศาลยุติธรรมในวันที่ 20 มิ.ย. ที่จะถึงนี้
หลังจากวันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มดำเนินการภาคสนามเพื่อการนำไปสู่การขอคืนพื้นที่ป่าและรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง
เพราะจะเปิดให้ทีมงานคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างของเครือข่ายฯ จะได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านน้ำและธรณีวิทยาฝ่ายประชาชน ไปเก็บข้อมูลหลักฐาน ยืนยันประกอบข้อเสนอการให้รื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างลงมาตามวิธีที่ที่เครือข่ายฯ กำหนดแนวทางไว้
เราเชื่อว่า การที่ตัวแทนประชาชนได้อำนาจจัดการจากคณะกรรมการร่วมฯ จะเอื้อให้การทำงานเก็บหลักฐานรวบรวมข้อมูลต่างๆ ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ขอไม่เปิดเผยแนวทาง/วิธีการต่อสู้เพื่อจะให้เกิดการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างอาคารทั้งปวงไว้ก่อน
พร้อมๆ กันนี้ จะเปิดระดมความเห็น แนวทาง/วิธีการจากผู้รู้ ผู้สนใจทั่วประเทศ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเห็นว่า แท้จริงแล้ว มีช่องทางต่างๆ มากมายที่ให้สามารถตัดสินใจ และแสดงให้เห็นว่า มีแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้รื้อย้ายอาคารรุกป่า จากทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะแค่จากจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น

5. ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเครือข่ายฯ ไปสยบยอมกับอำนาจรัฐ ไม่ต่อสู้เอาจริงเพื่อเรียกร้องป่าดอยสุเทพกลับค่ืนนั้น ถือว่า ไม่เป็นธรรมกับประชาชนด้วยกันที่เปิดหน้าสู้ ทุ่มเทเอาจริง อย่างอดทน ในแนวทางสันติ อหิงสาเป็นเวลานานข้ามเดือน
จึงมีแต่ความอดทน อดกลั้น ใช้การกระทำและผลงานพิสูจน์ตัวเอง ในบั้นปลายว่า พวกเราทำคณะทำงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ มุ่งมั่นที่จะทำจนบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้
เรามีเจตนาตั้งแต่ต้นที่จะใช้วิธีการชอบธรรมทางกฏหมาย และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหา เราจึงปฏิเสธการใช้มาตรา 44 หันมาเรียกร้องในวิธีการอื่น

เรื่องการรื้อย้ายอาคารออกไปก็เช่นกัน! ที่เราจะใช้วิธีการที่ปราศจากข้อกังขา สง่างาม เป็นธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

เรามองเห็นช่องทาง และวิธีการที่ถูกต้องชอบธรรม ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ เพื่อรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างตามเจตนาของเราแล้ว หากแต่ยังต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ ตามหลักวิชาการประกอบข้อเสนอให้ถูกต้องตามระเบียบราชการ
หลังจากที่ผู้รับเหมาส่งมอบงาน 20 มิ.ย.ไปอีกระยะหนึ่ง สิ่งที่เราต้องการจะเผยออกมา
อีกไม่นาน .. เราเชื่อเช่นนั้น

ขอคารวะหัวใจพี่น้องทุกดวงที่่ร่วมสู้และไว้วางใจ

ทีมโฆษกเครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
7 พ.ค. 2561
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
จากข้อหนึ่ง เครือข่ายฯ จะได้มีงานประจำทำแระ...แต่งตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรีเสียด้วย....

 

ลองช่วยกันหาคำตอบข้อต่อๆไปครับ....


ข้อสองนี่ยิ่งไม่เข้าใจ....

 

มันต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปก่อนสิ...แล้วค่อยปลูก....


ข้อสามใช่...ต้องแบ่งเขตให้ชัดเจน  ตามเเนวป่าเดิม...แล้วจัดการรื้อเลย...ก่อนฝนจะมา..

ข้อสี่...ไม่มีกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน...หากมีการถ่วงเวลาจะทำอย่างไร การสร้างต่อให้เสร็จ ส่งมอบงานแล้วรื้อ มันไม่ Make sense..

การได้แรงสนับสนุนแรงใจจากคนนอกท้องถิ่นนั้นโอเค แต่การตัดสินใจต้องเป็นคนในพื้นที่....

ข้อ 5....ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมต่อสู้ร่วมกับท่านมาตั้งแต่เมื่อมีการประชุมครั้งแรกที่สนาม 700 ปี ไปงานกิจกรรมของเครือข่ายฯ  จนถึงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 เมษ. ไม่เคยคิดที่จะออกไปขวางกิจกรรมของเครือข่าย มีแต่สนับสนุน จนกระทั่งเครือข่ายฯ ตัดสินใจไม่ทำตามเจตนาเดิมคือต้องให้ "รื้อ " สถานเดียวแต่การตอบรับข้อเสนอของนายหัวขาวมันเป็นการถ่วงเวลาจนเห็นได้ชัด...

จึงไม่เห็นด้วย
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#5
ฌานิทธิ์ อินทฉิม : สรุปหมู่บ้านป่าแหว่ง

1. ผู้รับเหมา (บจก.พี.เอ็น.เอส.ไซน์ ?) ได้ค่าจ้างครบทุกงวดตามสัญญา

2. ศาลส่งคืนพื้นที่ (โยนปัญหา) กลับไปให้กรมธนารักษ์

- ส่วนราชการไหนอยากใช้ต่อก็เชิญ (แล้วเครือข่ายจะยังประท้วงอยู่มั้ย)

- ผนวกเป็นเขตอุทยาน --> แล้วพื้นที่อื่นในบริเวณใกล้เคียงของกองทัพ ที่มีสภาพเป็นป่า จะผนวกพร้อมกันเลยมั้ย

3. ฟื้นฟูป่า

- ใช้งบของหน่วยงานไหนในการรื้อถอนและฟื้นฟู
- เงินที่เสียไปและจะต้องเสียเพิ่ม คนอนุญาตให้ใช้พื้นที่ คนอนุมัติงบประมาณ ต้องร่วมรับผิดชอบมั้ย??? คสช. ตอบทีสิ???

??อำนาจพิเศษมาตรา 44. ที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน. มีอิทธิฤทธิ์"สั่ง"ได้ทุกอย่างโดยที่ผู้ปฎิบัติไม่ต้องรับผิดชอบความผิดใดใดตามกฏหมาย

- สั่งกวาดยอดภูทับเบิกจนโล่งเตียนก็ยังได้
- สั่งยึดเงินอดีตนายกโดยไม่ต้องรอคำพิพากษามาถือไว้ยังได้
- สั่งปิดเหมืองทองคำ โดยไม่อินังขังขอบสนธิสัญญาใดใด ก็ยังได้
.....
...แต่พอจะเอามาสั่งใช้ทุบบ้านพักตากอากาศของผู้พิพากษา....คนเขียนกฏหมายมันดันออกมาแถว่า..."ทุบไม่ได้ มันผิดกฏหมาย"
แถมยังเอาสีข้างไถลกำแพงว่า...ม.44. ใช้เพื่อ"สร้าง"ไม่ใช่เพื่อ"ทำลาย"

....เอากะพ่อสิ..หึ หึ ???

กรณีหมู่บ้านป่าแหว่ง.... งานนี้ฝ่าย คสช. หวังให้ระยะเวลาผ่านไป เกลี้ยกล่อมแกนนำ ให้ผู้คนลืมเลือน แล้วก็กลับมาเปิดให้ศาลแอบเข้าอยู่เหมือนเดิม

 ...,ส่วนฝ่ายคัดค้าน หวังจะได้เป็นสถานที่ประจาน ให้โลกได้รับรู้ และเป็นเครื่องมือใช้โจมตีเครือข่ายทักษิณ ดีสเครดิตฐานเสียงภาคเหนือ??? งานนี้จะจบอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป???

เครดิต มิตรสหายทางไลน์
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org