• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
โอ้โห..พี่น้อง..นี่หรือความคิดพวกเผด็จการที่จะปฎิรูปประเทศ….

#1
โอ้โห..พี่น้อง..นี่หรือความคิดพวกเผด็จการที่จะปฎิรูปประเทศ….

ทีแรกผมก็ไม่สนใจว่าไอ้งาน “อุ่นไอรัก “ นี่มันจะเป็นยังไง...เพราะผมสนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนและสิทธิมนุษย์ชนที่กำลังถูกริดรอน...

[Image: p857VPn.jpg]

(ไปดูภาพเพิ่มเติมได้ที่...https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ved=0ahUKEwi5ppuakLvZAhVEn5QKHeNNBzcQsAQIJQ&biw=1164&bih=844)


แต่เมื่อไปเห็นภาพเหล่านี้...ก็เห็นไปถึงกึ๋นว่าพวกเผด็จการมันคิดอย่างไร..

พวกมันต้องการย้อนยุดไปสู่ยุคเจ้าขุนมูลนายที่เห็นราษฎรเป็นทาส..เป็นขี้ข้า..

เราจะไปยอมพวกมันได้อย่างไรพวกข้ารํฐการหรือพวกที่ทำงานให้รัฐ..คือพวกที่มาทำงานรับใช้และบริการให้ความสะดวกแก่ประชาชนผู้เสียภาษี..ไม่ใช่จะมาเป็นนายหรือเจ้าขุนมูลนาย...

จำไว้ใส่ในหัวเลยนะพี่น้อง...

ผู้นำมันกล้าประกาศเรื่องสิทธิมนุษย์ชนเป็นวาระแห่งชาติ..แต่การกระทำของมันตรงกันข้ามหมด..แม้แต่สายตาของชาวต่างประเทศก็รู้หมดว่าพวกมันกำลังทำอะไร...

“สิทธิที่เท่าเทียมกันของมนุษย์ชน “..เราจะต้องใช้ต่อสู้กับมันไม่ว่าเวทีหรือสถานที่ไหน

แม้แต่ ศาลก็เริ่มเข้าใจในสิทธิอันนี้..อันจะเห็นได้จากการยกคำร้องต่างๆของเผด็จการที่ต้องการให้จับกุมคุมขังประชาชนที่มาเรียกร้องสิทธิของตนตามกฎหมายแม้กฎหมายสากลก็ยอมรับ...แล้วศาลจะฝืนกระแสเหล่านี้ได้อย่างไร...

ขอย้ำอีกครั้ง..เผด็จการ..มา(กอบโกย)แล้วก็ไป...แต่แทบทุกรายจะจบลงอย่างน่าสมเพช...

“สิทธิที่เท่าเทียมกันของมนุษย์ชน “..เราจะต้องใช้ต่อสู้กับมันไม่ว่าเวทีหรือสถานที่ไหนๆ..

ใช้สิทธิแค่ตรงนี้แหละครับ...ต่อสู้กับพวกมัน...ให้บานเป็นดอกเห็ดไปเลย...ดูซิว่ามันจะจับไหวไหม....

เชิญอ่านข่าวประกอบครับ :

แอมเนสตี้ เผยเสรีภาพไทยปี 60 ย้ำแย่ ชี้สิทธิมนุษยชนยังไม่เป็นวาระแห่งชาติแท้จริง

แอมเนสตี้เปิดรายงานประจำปีระบุประเทศไทยยังมีปัญหาสิทธิมนุษยชนหลายด้าน โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออกและผู้ลี้ภัย ระบุรัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนตามที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติและแผน Thailand 4.0

[Image: 38607115820_f44eb3c7f0_b.jpg]
ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

22 ก.พ. 2561 เว็บไซต์แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานว่า แอมเนสตี้ เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2560/61 ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนใน 159 ประเทศทั่วโลกตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา โดยพบว่าในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีการพยายามคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบของประชาชนอย่างหนัก

แอมเนสตี้พบว่าในปี 2560 นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นักศึกษา ชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิชุมชน ทนายความ สื่อมวลชน นักวิชาการ ไปจนถึงประชาชนทั่วไปในประเทศไทยต่างถูกภาครัฐและเอกชนละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกฎหมายที่มักถูกนำมาอ้างใช้บ่อยครั้ง ได้แก่ มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 116 ในประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ซึ่งต่างมีเนื้อหาหรือการตีความที่ขัดต่อมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม

ประเทศไทยยังคงส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังประเทศที่พวกเขาจะเสี่ยงอันตรายในปี 2560 ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยเหล่านั้นถูกจับกุม คุมขัง เสี่ยงถูกทรมานและสังหาร หรืออาจไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายจารีตระหว่างประเทศว่าด้วยการไม่ส่งกลับ (non- refoulement) อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยแล้ว ซึ่งหากปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้จริงในอนาคต ก็จะถือว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ รายงานแอมเนสตี้ฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอีกหลายประเด็น เช่น ระบบยุติธรรม การลอยนวลพ้นผิด การอุ้มหาย การทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย และการค้ามนุษย์

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทางการไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้จะมีการประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติและเป็นหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนแผนพัฒนา Thailand 4.0

“แอมเนสตี้ยินดีที่รัฐบาลไทยประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนระบุว่าจะใช้สิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงถูกปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นประจำ เห็นได้จากการคุกคาม จับกุม และดำเนินคดีประชาชนจำนวนมากที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างสงบ ไปจนถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนด้านอื่นๆ ที่ระบุในรายงานของเราและเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนตลอดปีที่ผ่านมา” ปิยนุช กล่าว

นอกจากประเทศไทยแล้ว แอมเนสตี้ยังพบว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแทบทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา และไม่ว่าจะเป็นการปกครองรูปแบบใดก็ตาม ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องอยู่ในภาวะยากจน อดอยาก หรือต้องลี้ภัย เพราะมาตรการทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม สงคราม และภัยธรรมชาติ ขณะที่การกีดกันและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และความเชื่อทางการเมืองก็ยังคงส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ปี 2561 เป็นการครบรอบ 70 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights–UDHR) ซึ่งได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติตั้งแต่ปี 2491 โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ออกเสียงสนับสนุน แอมเนสตี้เชื่อว่าเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและทั่วโลกจะได้ทบทวนปัญหาของสังคมและหาทางออกร่วมกัน

“ประเทศไทยให้การยอมรับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลมาพร้อมๆ กับประเทศตะวันตกอีกมากมาย ในโอกาสครบรอบ 70 ปี UDHR จึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาสิทธิมนุษยชนของเราก้าวหน้าหรือถอยหลังมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้หาทางออกร่วมกันต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเสวนาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนศึกษาในวันนี้ด้วย ซึ่งเรามองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านความอยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมได้ในระยะยาว แอมเนสตี้ก็หวังว่าจะได้รับคามร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันสิทธิมนุษยชนศึกษา ตลอดจนข้อเรียกร้องอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาสิทธิมนุษยชนของเราให้ทัดเทียมสากลต่อไป” ปิยนุช กล่าว

แอมเนสตี้ขอเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่3/2558 และกฎหมายอื่นๆ ที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุนุมอย่างสงบ ยุติการควบคุมตัวโดยพลการ ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ผ่าน พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและการอุ้มหาย คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย เคารพหลักการไม่ส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังประเทศอันตราย ไปจนถึงสานต่อการจัดตั้งระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยให้ใช้งานได้จริงตามมาตรฐานสากล ซึ่งทางแอมเนสตี้ยินดีให้ความร่วมมือหากทางการไทยมีความจริงใจในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมร่วมกัน

https://prachatai.com/journal/2018/02/75565
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org