• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เก็บตกจากการเดินมิตรภาพ....

#1
กระทู้นี้จะนำเรื่องราวของกลุ่ม "เดินมิตรภาพ " มาให้อ่านกันว่าความต้องการของพวกเขาคืออะไรเจอกับปัญหาอะไรบ้าง...

หากเจอเรื่องราวใหม่ๆที่ต่อเนื่องหรือคลายคลึงกัน ก็จะนำมาอัพเดทให้อ่านกันนะครับ


เชิญอ่านครับ :



คุยกับ ‘เดินมิตรภาพ’: ทีมสถานที่-เติมส่วนที่ขาด ปัญหาเรื่องที่พักที่ต้องประสานวันต่อวัน

การเดินเท้าระยะทางกว่า 800,000 ก้าว 450 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยกลุ่ม ‘We Walk เดินมิตรภาพ’ ของเครือข่าย People Go Network ที่เริ่มต้นวันแรก (20 ม.ค. 61) ก็โดนขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 8 คน ก็ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการแจ้งความฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามมั่วสุม ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน

[Image: %E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%...8%9E-1.jpg]


แม้ท้ายสุดกลุ่มเดินมิตรภาพจะออกเดินต่อได้ แต่ช่วงแรกของการเดินก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน ทั้งการส่งเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย มาตั้งด่านตรวจค้น ถ่ายบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมทุกคน การติดตามและบันทึกภาพตลอดทางอย่างใกล้ชิด การกดดันวัดที่ทางกลุ่มประสานไว้ไม่ให้รับกลุ่มเข้าพัก จนกระทั่งทางกลุ่มตัดสินใจฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อศาลปกครอง และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่สุดศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น (ชั่วคราว)



ประชาไทชวนคุยกับ นิติกร ค้ำชู ผู้ประสานงานอีสานใหม่ ทีมสถานที่และสวัสดิการของกลุ่ม We Walk เดินมิตรภาพ เบื้องหลังของที่พักและการอำนวยความสะดวก กับปัญหาที่พักในแต่ละวัน ที่เขาเล่าว่า “ต้องเสิร์ฟน้ำตลอดทั้งวัน กลางคืนต้องวิ่งไปเตรียมที่พัก” เฉลี่ยแล้วในทีมเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์วันละร้อยกิโลเมตร เพื่อเตรียมการด้านต่างๆ และในฐานะของขบวนการอีสานใหม่ที่เขาอยากประสานการเคลื่อนไหวในพื้นที่ไปพร้อมกับขับเคลื่อนเชิงนโยบาย



หน้าที่ของฝ่ายนี้



เป็นทั้งเซอร์เวย์และเซอร์วิส หรือเรียกง่ายๆ ว่าเจเนอรัลเบ๊ ทั้งบริการน้ำและหาที่พัก เรื่องที่พักอาจมีการประสานช่วยกันหลายๆ ทีม แต่พอได้ที่พัก ฝ่ายเราต้องเป็นคนไปดู ต้องไปเตรียมพร้อม หรือจุดพักระหว่างเดินเราก็ต้องไปสำรวจไว้ก่อน ตอนตื่นอาจจะตื่นพร้อมกันแต่ทีมนี้ต้องนอนทีหลังเพื่อน พอเข้ากิจกรรมเราก็ต้องเก็บของกันอีก แต่ดีหน่อยที่เราไม่ต้องเดิน แต่ก็ขับรถตามข้างหลัง คอยให้น้ำ บางทีก็ไปวิ่งโบกรถ เลยอาจจะเหนื่อยล้าสะสม ทีมนี้หลักๆ มีสี่คน แต่ก็มีเพื่อนมาช่วยสมทบอยู่ แต่ก็ต้องมีสลับกันกลับไปทำงานประจำของตัวเองบ้าง


ทำไมถึงทำงานนี้




เพราะมันไม่มีคน ตอนแรกเราคุยกับพี่เลิศศักดิ์ (คำคงศักดิ์) ว่าเดี๋ยวผมไปช่วย ให้ช่วยตรงไหนว่ามา เขาก็เลยให้ทำฝ่ายนี้



จริงๆ แล้วอยากทำอะไร



(หยุดคิด) อยากทำอันนี้แหละ อยากทำอันไหนก็ได้ที่มันขาด อันไหนก็ได้ที่ต้องทำ อยากเดินมั้ยก็อยากเดิน อยากทำอันนี้มั้ยก็อยากทำ แต่อันนี้มันขาดเราก็มาเติมตรงนี้ ถ้าจะเดินก็เดินได้ ก็สลับให้คนที่เดินแล้วมาขับรถก็ได้ แต่คิดว่าไม่น่าเดินหรอก เหนื่อย แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว (หัวเราะ)
 


ปัญหาที่พบ



วันที่ 20 ที่เริ่มเดินออกมา พอมีการสกัดกั้น มีการบล็อค ต่อสายไปหาพระที่วัดที่เราติดต่อไว้ พอเราโทรไปที่วัดเขาก็บอกไม่อยากให้มานอน เพราะเป็นกลุ่มทหารตำรวจบอกว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มการเมืองแอบแฝง พระหรือวัดไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

คืนแรกก็เลยคุยกันว่าจะนอนสนามฟุตบอลที่อยู่แถวนั้น ใช้ลานแล้วก็ปั่นไฟตั้งแคมป์นอนกันเอง แต่สุดท้ายจริงๆ พอเข้าไปที่วัด ไปคุย เขาก็ให้นอนคืนนั้น พอตื่นเช้ามาก็โดนดักอีก มาตั้งแต่ตีสี่ มาเติมกำลังหลายกองร้อย มาสมทบเรื่อยๆ ทีมเดินเขาก็ออกไปก่อน เหลือรถเราเป็นรถเสบียงคันสุดท้าย เก็บของอยู่ ก็เลยได้ออกคันสุดท้าย โดนกักที่ด่าน ขอค้น ทำให้ไม่ได้ตามขบวนไป เราถูกเอาไปสอบสวน

ปัญหาอีกอันคือ รถมีน้อย สัมภาระที่มีทั้งสวัสดิการเครื่องดื่ม อหาร และอุปกรณ์ที่พัก ก็เลยมารวมอยู่ที่รถสองคัน พอเริ่มเดินได้ 3-4 วัน น้ำล้นรถ น้ำเปล่า สปอนเซอร์ ตอนนี้ก็พยายามหารถมาเพิ่มเพื่อกระจายของไป

ปัญหาเรื่องที่พักประสานวันต่อวัน ประเมินวันต่อวัน เราต้องขับไปดูก่อนทุกวัน ทั้งต้องเสิร์ฟน้ำตลอดทั้งวัน กลางคืนต้องวิ่งไปเตรียมที่พัก เป็นแบบนี้ทุกวัน

ส่วนมากที่พักที่ได้มาพักคือเขาประสานมาเอง คือเขาเต็มใจให้มาพัก เขาพร้อมรับสถานการณ์กดดันทุกอย่าง เราไม่ได้ติดต่อไปก่อน ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เช่น คนที่เขาสนับสนุนเราโดนตรวจสอบ ก็จะมีทีมทนายของติดตามอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างไหมกับคนที่ให้การสนับสนุน

คืนที่สองไปนอนบ้านพี่เลิศศักดิ์ คืนนั้นเป็นคืนที่ตำรวจน่าจะโกรธมากเพราะไม่รู้ว่าเราไปนอนที่ไหน วันต่อมาเขาเลยตามติดเลย รถเรามีสี่คัน ก็จะมีรถตำรวจสี่ห้าคันตามประกบ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่านอนที่ไหน แต่เขาแค่ติดตามเฉยๆ ไม่ได้เข้ามาทำอะไร

ตอนนี้มันเริ่มนิ่ง เริ่มชัดเจนก็โอเค ตอนแรกมันอาจจะฉุกละหุกหน่อย เรื่องการสื่อสารระบบทั้งขบวน เช่นจุดพัก บางทีก็ไม่ตรงกัน เพราะใช้จีพีเอสในการจับ ถึงจะวางแผนกันมาก่อน แต่พอทำก็มีปัญหาอยู่ดี แต่พอได้ประชุม สรุปบทเรียนก็ปรับเปลี่ยนจนเริ่มโอเคขึ้น

น้องทีมนี้เฉลี่ยทั้งวันขับมอเตอร์ไซค์ประมาณร้อยกว่ากิโล คอยรับส่งคนเข้าห้องน้ำบ้าง คอยวิ่งไปดูที่พัก จุดพักระหว่างเดิน พักเที่ยงจะเอาตรงไหน หรืออย่างวันนี้เดินเสร็จถ้าว่างก็จะบอกน้องให้ขับไปมาร์คจุดไว้คร่าวๆ สำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ก่อนเลยก็ได้ แล้วค่อยมาประชุม ถ้ามันปรับเปลี่ยนยังไงก็ค่อยว่ากัน เช่น พรุ่งนี้คนมาเยอะ ที่กินข้าวเล็ก ก็อาจจะต้องเปลี่ยน มาร์คจุดก็รวมถึงต้องประสานงานกับที่นั้นๆด้วย บางทีก็อาจจะต้องขอปั๊มอะไรแบบนี้

เรื่องที่พัก พอมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทางตำรวจก็อ้างมาว่ามหาเถระสมาคมมีหนังสือถึงทุกวัดให้สนับสนุนขบวนเดิน เขาก็อยากให้เรานอนวัดเดิมที่เราเคยติดต่อไป แต่เราก็มีประสบการณ์การนอนวัดที่ไม่ดีตั้งแต่วันแรกที่เขามาตั้งด่านตรวจค้นในเช้าวันถัดมา ถ้านอนวัดก็อาจจะต้องโพสต์ลงโซเชียลให้ทุกคนช่วยจับตา จริงๆที่รอดมาได้ก็น่าจะเพราะโซเชียลนี่แหละ



ความประทับใจ



คนประสานความช่วยเหลือเข้ามามากมาย เอาของมาให้ เสนอที่พัก คนที่คิดแบบเรา เชื่อ ฝันแบบเราก็มีเยอะ แต่เขาอาจจะอยู่ในตำแหน่งแห่งที่ หรือบทบาทหน้าที่ที่มาทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาเห็นเขาก็สนับสนุนเต็มที่เท่าที่เขาทำได้
 


แล้วส่วนตัวทำไมถึงอยากเข้าร่วมกิจกรรมนี้



เราอยู่กลุ่มขบวนการอีสานใหม่ ซึ่งกลุ่มเราอยากมีขบวนที่สู้ในส่วนโครงสร้างนโยบาย เราคิดว่าต้องประสานการเคลื่อนไหวในท้องที่ การพัฒนาชุมชน ไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองเชิงนโยบาย การสู้อยู่ในพื้นที่ ค้านเหมือง ค้านเขื่อน มันไม่พอ มันแก้ปัญหาได้ไม่ยั่งยืน แล้วเราก็ต้องค้านกันไปจนรุ่นลูกรุ่นหลานถ้านโยบายมันไม่เปลี่ยน

อีกปัญหาหนึ่งคือ บางพื้นที่รวมเครือข่ายกันไปสู้ พอสำเร็จในประเด็นนั้นก็หายไป ไม่ออกมาเคลื่อนไหวช่วยในประเด็นอื่น ของเราอีสานใหม่ก็จะใช้หลักการในการเคลื่อนไหว คือต้องมีสิทธิชุมชน เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความยุติธรรม และสันติภาพ สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังต้องสู้ต่อไป แต่การมารวมกันของเราเป็นอีสานใหม่จะสู้เรื่องนี้โดยเฉพาะ อยากชวนคนอีสานมาออกแบบภาคอีสานใหม่ด้วยกัน

ระหว่างทำกิจกรรมก็มีการคุยกันในวงประชุม แลกเปลี่ยนกัน ก็คุยกันในสี่ประเด็นหลัก มันก็อยู่ในหลักการของอีกสานใหม่อยู่แล้ว ทั้ง 4 ประเด็น
 


ที่หนักใจตอนนี้


กลัวแรงหมดก่อน กลัวไปกระทบงานประจำตัวเอง กลัวรถพัง เป็นรถเก่าซื้อมาได้สามเดือน ตอนนี้ช่วงก็เริ่มดังก๊อกแก๊กแล้ว เพราะมันต้องบรรทุกของหนักเป็นตันทุกวัน ตอนนี้น้ำกับสปอนเซอร์มีเยอะมาก ใครที่จะเอามาให้ อาจจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ถ้าต้องการตอนนี้คือน้ำถังใหญ่ เพราะถ้าเป็นน้ำขวดเวลาได้มาต้องรีบเทใส่กระติก เพราะมันเปลืองพื้นที่ในรถ

https://prachatai.com/journal/2018/02/75301
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
คุยกับ ‘เดินมิตรภาพ’: ทีมเดิน “อยากสื่อสารเพราะเราไม่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญเลย”

การเดินเท้าระยะทางกว่า 800,000 ก้าว 450 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยกลุ่ม ‘We Walk เดินมิตรภาพ’ ของเครือข่าย People Go Network ที่เริ่มต้นวันแรก (20 ม.ค. 61) ก็โดนขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 8 คน ก็ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการแจ้งความฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องห้ามมั่วสุม ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน


แม้ท้ายสุดกลุ่มเดินมิตรภาพจะออกเดินต่อได้ แต่ช่วงแรกของการเดินก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน ทั้งการส่งเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย มาตั้งด่านตรวจค้น ถ่ายบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมทุกคน การติดตามและบันทึกภาพตลอดทางอย่างใกล้ชิด การกดดันวัดที่ทางกลุ่มประสานไว้ไม่ให้รับกลุ่มเข้าพัก จนกระทั่งทางกลุ่มตัดสินใจฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อศาลปกครอง และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่สุดศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น (ชั่วคราว)



ประชาไทชวนคุยกับ ชุทิมา ชื่นหัวใจ กลุ่มรักษ์บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง ผู้ร่วมเดินในกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ ตั้งแต่วันแรก เล่าประสบการณ์การเดินในทุกสภาพถนน “บางทีเป็นเนิน ไม่มีฟุตบาท สิบล้อพุ่งลงมาแล้วเบรกแรง เราก็ตกใจ เฉียดเราไปเลย” และประเด็นที่เธออยากสื่อสารให้สังคมรับรู้ “ทุกวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญเราไม่มีส่วนในการร่างเลย ซึ่งมันก็ส่งผลมายังกฎหมายลูกทั้งเรื่องหลักประกันสุขภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากร”


อุปสรรคตอนเดิน




เราเป็นคนนอกพื้นที่ เป็นคนบ้านนอก ไม่เคยเดินบนถนนไกลขนาดนี้ อย่างที่เราเจอตรงจุดก่อสร้างมอเตอร์เวย์ มันไม่มีฟุตบาท อันนั้นเราจะกังวลมาก ชาวบ้านที่เป็นรุ่นแม่ๆ 50-60 เขาก็จะแอบกลัวนิดๆ ตอนรถพุ่งมาเร็วๆ เราต้องหลบแต่มันมีแบริเอ้อขวาง ก็หลบได้ไม่เต็มที่ หรือบางทีเป็นเนิน ไม่มีฟุตบาท สิบล้อพุ่งลงมาแล้วเบรกแรง เราก็ตกใจ เฉียดเราไปเลย แล้วเราเป็นคนถือธง จะสังเกตว่าธงปลิวว่อน แล้วตรงปลายมันจะยุ่ยหมดเลย เพราะลมสิบล้อมันพัด



อีกเรื่องคือเรื่องอากาศ ช่วงบ่ายจะร้อนมาก อากาศที่นี่ (สระบุรี) กับที่ลำปางร้อนแตกต่างกัน ที่ลำปางไม่ร้อนเยอะขนาดนี้ สระบุรียิ่งร้อน คอนกรีตเยอะ สิ่งก่อสร้างเยอะ บ้านเราไม่มีเลย มีแต่ต้นไม้ แต่ตอนหลังเหมือนเราปรับสภาพได้ เราคุ้นชินกับอากาศแล้ว ก็เดินได้เฉยๆ แป๊บเดียวสามกิโลแล้ว แต่ทีมที่มากับเราก็จะมีพวกแม่ๆ มาด้วย เรากลัวเขาจะป่วยจะไข้ จะร้อน


เวลาเดินเสร็จก็ต้องรีบพุ่งไปถามเขาก่อน เขาก็จะบอกว่า แม่ไหวลูก แม่ไหว แม่อยู่บ้านแม่ก็ทำไร่ทำนาอยู่แล้ว แล้วเขาก็ไม่เป็นอะไรจริงๆ มีแม่อยู่สองคนที่เดินไปสองรอบ คือเดินรอบแรกเสร็จแล้วก็เสนอตัวเองขอเดินอีกรอบ (เพื่อเลี่ยงการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/58 ทีมเดินมิตรภาพแบ่งการเดินออกเป็นครั้งละ 3-4 คน รอบละ 3 กม.-ประชาไท) แล้วเขาก็เดินไหว เขาบอกว่าแม่ตั้งใจมาแล้ว เขาอยากเป็นคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนสื่อสารประเด็นออกไป เขามีความภูมิใจที่มาทำกิจกรรมนี้




แต่มีอยู่คนหนึ่งเป็นแม่ๆ ในกลุ่มเรา เป็นชาวไร่ชาวนานี่แหละ เราคิดว่าเขาเดินเร็วแน่ๆ เลย เพราะเขาเดินขึ้นเขา เดินเข้าป่าตลอด เราก็ไม่สนใจเขา พอหันกลับไปมองอีกทีเขาเดินรั้งอยู่ข้างหลัง เหงื่อแตกซ่ก เขาบอกว่าทำไมมันร้อน ร้อนไม่เหมือนบ้านเราเนอะ เราก็จะคอยดูถ้าเขาหอบๆ หน้าแดงๆ เราก็จะเดินช้าลง
 


ประเด็นที่เราอยากสื่อสาร



ประเด็นหลักของเราเป็นเรื่องทรัพยากรและกฎหมายสิ่งแวดล้อม  ของเราเป็นเรื่องที่บริษัทจะมาสร้างเหมืองแร่ แต่ยังอยู่ระหว่างขอสัมปทาน ก็สู้เรื่องนี้กันมาตลอด



แต่ในความจริงแล้วทั้ง 4 ประเด็นเกี่ยวข้องกับเราหมด อย่างเรื่องบัตรทอง บ้านแหง ส่วนมากใช้บัตรทองกัน เขาก็กังวลว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงไป กลัวเรื่องการจ่ายร่วม เพราะปัญหาสุขภาพเดี๋ยวนี้โรคเรื้อรังก็เยอะ ค่าใช้จ่ายก็มากตาม แล้วบ้านเรา 90 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าวโพดเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เราก็ไม่ปฏิเสธว่าทุกวันนี้เราก็ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ของเขา เศรษฐกิจที่ต้องแข่งขันสูง ต้องรีบทำ ต้องส่งลูกหลานเรียน ต้องผ่อนเงินที่กู้มา เราก็ต้องเอาเมล็ดพันธุ์ที่โตเร็ว แข็งแรง เราก็กังวลกันเรื่องการผูกขาดเมล็ดพันธุ์หรือเรื่องกฎหมายที่อาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อไม่ได้ ส่วนรัฐธรรมนูญอันนี้ยิ่งเป็นหลักเลย ทุกวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญเราไม่มีส่วนในการร่างเลย ซึ่งมันก็ส่งผลมายังกฎหมายลูกทั้งเรื่องหลักประกันสุขภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากร ซึ่งพวกแม่ๆ เขาก็รู้


ความคาดหวัง




ก่อนหน้านี้ก็มีการคุยกันมาก่อนว่าที่เราเดินอย่าไปหวังผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เราอยากสื่อสาร อย่างน้อยให้สังคมรับรู้ว่าเรารู้เรื่องนี้นะ ไม่เอาแบบนี้นะ ต้องการแสดงออกแบบนี้นะ ก็เตรียมการว่าใครจะไป แต่ช่วงนี้ที่บ้านกำลังทำการเกษตรอยู่ ปลูกกระเทียม ช่วงนี้ต้องสูบน้ำใส่กระเทียม กระเทียมกำลังสวย แล้วก็มีเก็บถั่วดำ ที่เขาเอาไว้ไถกลบ แต่ปีนี้ถั่วดำแพง ก็ต้องเก็บเอาไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ปีหน้าต่อ บางคนถ้าเก็บได้เยอะก็ขาย ดังนั้นภาระเขาก็เยอะ การเดินทางก็ไกล ตอนแรกเหมือนจะไม่มีใครมา ใครๆ ก็ห่วงหน้าพะวงหลัง ห่วงครอบครัว ชุดแรกมาไม่ถึง 7 วัน ก็ต้องกลับไปก่อน



พอมีกระแสจากโซเชียล จากข่าวในทีวี หนังสือพิมพ์ มีบางส่วนก็กลัวที่เห็นตำรวจเยอะ แต่เราก็ไปคุยให้ฟังว่ามันยังไม่เกิดอะไรขึ้น จนเขาก็ยอมมา พอมาแล้วเขาก็เล่าให้คนที่บ้านเขาฟังว่าเขาภูมิใจที่ได้มาเดิน แล้วเรื่อง 4 ประเด็นหลักถ้ากฎหมายผ่านมันกระทบกับเราเยอะนะ เราต้องมาทำตรงนี้นะ เขาก็เชิญชวนกัน มีการอธิบายกันเองได้มากขึ้นเพราะเขามาแล้วเข้าใจจากกิจกรรมนี้ จากวงคุย วงเสวนา แล้วเขาก็บอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เดินเฉยๆ ตำรวจจะถ่ายรูปก็ปล่อยเขาไป เขาก็ไม่ได้จับ พอมาคราวนี้เช็คไปทางบ้าน ก็อาจจะเกี่ยวกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองด้วย ปรากฏว่าอยากมากันเยอะ จนเราต้องเพิ่มรถ แต่งบเราก็จำกัด



เราใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ เราได้สัมผัสได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ตอนอยู่ที่บ้านเรารับรู้จากแค่สื่อที่ออกไป มีสื่อมาถ่ายทำเราทั้งวันแต่เอาไปตัดต่อเหลือนาทีสองนาที ก็ไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเราจริงๆ ตัวเราเท่านั้นที่จะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอเขาได้มาสัมผัสกับที่นี่จริงๆ เขาก็ลดความกลัวความกังวล แล้วก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนเรื่องพวกนี้


ประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่




วันที่สองเราเจอ เรานอนกันอยู่เขาก็มาเรียก เรานั่งอยู่ในรถคันแรกที่ออกมา เจ้าหน้าที่ก็เอาบัตรประชาชนของคนขับไปถ่ายรูป และทำบันทึก แล้วปล่อยไป หลังจากนั้นเราก็โดนตามเข้มข้นมาตลอด แต่เราอยู่รวมกลุ่มกันเลยไม่มีความกลัว เขาก็ตามเพราะเป็นหน้าที่ของเขา แต่เวลาจะขับไปถึงที่พักจะต้องดูว่ามีใครตามมาไหม เพราะเราจะไม่เปิดเผยที่พัก บางทีเขาก็มาถามเราว่าจะเดินไปไหน จะพักที่ไหน เราก็จะพยายามไม่ตอบเรื่องที่พัก ส่วนใหญ่เขาก็จะถ่ายรูปทุกคน พวกแม่ๆ ก็ไม่กลัว เพราะเขาก็มีประสบการณ์มาแล้วจากในพื้นที่ของเราเอง เคยปะทะกับตำรวจมาแล้ว เคยไปชุมนุมที่ตัวจังหวัดมาแล้ว เขาก็มีความแกร่งของเขาอยู่ ไม่กลัวเจ้าหน้าที่รัฐเท่าไหร่แล้ว


ความประทับใจ




ประทับใจคนที่เจอระหว่างทาง มีคนหนึ่งเอาของมาให้ บอกว่าพ่อดูไลฟ์จากเพจแต่มาไม่ได้ เลยฝากลูกสาวเอารองเท้ามาให้แทน เป็นรองเท้ามือสอง ยารักษาโรค สบู่ แชมพู ยาสีฟัน



ส่วนทีมที่เดินด้วยกันก็ห่วงใย ไถ่ถาม เอาน้ำไหม หรือทีมสื่อเขาต้องเป็นคนไลฟ์ไปด้วย เดินไปด้วย พูดไปด้วย มีคนมาให้น้ำให้สปอนเซอร์ระหว่างทางบางทีทีมสื่อก็ต้องเป็นคนแบกด้วย เราจะช่วยเขาก็บอกว่าไม่เป็นไร พี่เดินไปเหอะ สุดท้ายคนที่เดินก็ช่วยกันแบก กระจายกันไป



ตอนพักก็มีวงแชร์ เล่าปัญหาของพื้นที่ตัวเอง เขาก็สนใจ ถามไถ่ว่าจะช่วยเหลือกันยังไงได้บ้าง


และที่ประทับใจอีกอย่างคืออาหารการกินดีมาก อร่อยมาก เยอะมาก แทนที่มานี่จะลดความอ้วน แต่ไม่เลยกินมื้อละสองจานสามจาน ชื่นชมฝ่ายอาหารมาก

https://prachatai.com/journal/2018/02/75300
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ประณามการจับกุม-ดำเนินคดี 'เกษตรกรดอยเทวดา-น.ศ.' หนุนเดินมิตรภาพ

เครือข่ายนักกิจกรรมออกแถลงการณ์ ประณามการจับกุมชาวบ้านดอยเทวดาและแจ้งข้อกล่าวหาเนื่องจาก จัดกิจกรรมให้กำลังใจ “We walk เดิน...มิตรภาพ” ชี้ขัดต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง 

[Image: 26242080918_4a16138557_b.jpg]
ภาพซ้าย : กลุ่มชาวบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ทำกิจกรรมหนุน "We walk เดินมิตรภาพ" เมื่อช่วงกลางวัน วันที่ 5 ก.พ. ก่อนถูกเรียกสอบช่วงค่ำที่ สภ.ภูซาง ภาพขวา : เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจเรียกกลุ่มชาวบ้านดอยเทวดา สอบกลางดึก (ที่มา: เพจสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ)

6 ก.พ.2561 จากกรณีกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา และนักศึกษา รวม 14 คน จัดกิจรรมเดินมิตรภาพเพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจกลุ่ม People Go Network เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนช่วงดึกของวันเดียวกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อชาวบ้านและนักศึกษา รวมทั้งหมด 14 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมือง ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาจำนวน 11 ราย 


 

ล่าสุด เครือข่ายซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน นักกิจกรรมเพื่อสังคม ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมและดำเนินคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นการขัดต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แม้ว่า ที่ ผ่านมาทางรัฐบาลไทย ได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคีที่ร่วมลงนาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี โดยการภาคยานุวัติเมื่อ วันที่ 29 ต.คม. 2539 และมีผลบังคับใช้กับไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2540 

 

เครือข่ายดังกล่าวยังเรียกร้องให้ ทางรัฐบาลต้องทำตามหลักการกฎหมายระหว่างประเทศที่ทางรัฐบาลไทยได้รับรองไว้ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติเพื่อให้เกิดขึ้นจริง  และเรียกร้องให้ศาลดำเนินกระบวนการยุติธรรมต่อผู้ต้องหาในคดีนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมทางสังคมและประโยชน์ของประชาชนในด้านสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนพึงได้รับจากการรับรองตามกฎหมาย

 

รายละเอียดแถลงการณ์ :

 
ประณามการจับกุมชาวบ้านดอยเทวดาและแจ้งข้อกล่าวหาเนื่องจาก จัดกิจกรรมให้กำลังใจ “We walk เดิน...มิตรภาพ” เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้จัดกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ เดินไปหาเพื่อน เดินไปหาอนาคต” เพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจเครือข่าย People Go ที่จัดกิจกรรม We walk เดิน...มิตรภาพ โดยก่อนจัดกิจกรรมหนึ่งวัน ได้โทรศัพท์ไปแจ้งต่อนายอำเภอภูซางเพื่อขออนุญาตจัดกิจกรรมว่า จะเดินจากเทศบาลตำบลสบบง มายังหมู่บ้านดอยเทวดา แต่นายอำเภอไม่อนุญาตให้เดิน อย่างไรก็ดีทางกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดายังยืนยันที่จะทำกิจกรรมต่อไป 
เวลาประมาณ 12.00 น. กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดาประมาณ 15 คน ได้ทำกิจกรรมการเดินดังกล่าวจากปลายหมู่บ้านไปยังกลางหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 500 เมตร มีการถือป้ายและธง “สนับสนุน we walk เดินมิตรภาพ”, “สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ บ้านดอยเทวดา” ก่อนจะมาหยุดที่หน้าศาลาประชาคมหมู่บ้าน เพื่ออ่านแถลงการณ์ที่มีใจความว่า กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดาสนับสนุนการเดินมิตรภาพ we walk และจบกิจกรรมภายในเวลา 10 นาที แต่ต่อมาชาวบ้าน 11 คนและนักกิจกรรม นักศึกษา 3 คน ถูกตำรวจ สภ.ภูซางเรียกตัว ไปสอบปากคำ และควบคุมตัวไว้ตลอดทั้งคืน โดยแยกนักกิจกรรมและชาวบ้านออกจากกัน
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2561) เวลาประมาณ 6.00 น. ทั้งหมดถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2558 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเชียงคำ 
อีกทั้งระหว่างการควบคุมตัว ชาวบ้าน 1 ใน 11 คนนั้นมีอาการป่วยเป็นโรคประจำตัว (โรคเบาหวาน) ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ยา แต่เจ้าหน้าที่ก็มิได้ปล่อยตัวให้ผู้ต้องหาคนนั้นออกไปรับยา อีกทั้งยังเป็นการควบคุมตัวไว้เพื่อการสอบปากคำทั้งคืน จนระยะเวลาล่วงเลยมาถึงเช้าวันถัดไป เท่ากับว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดต้องอยู่ที่โรงพักทั้งคืนโดยไม่ได้พักผ่อน ซึ่งการกระทำทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการกระทำถือได้ว่าเลวร้าย ขัดต่อหลักการของควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จะต้องแจ้งข้อกล่าวหา และให้ผู้ถูกคุมขังมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามสมควร 
การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ขัดต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แม้ว่า ที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทย ได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคีที่ร่วมลงนาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี โดยการภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2539 และมีผลบังคับใช้กับไทยเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2540 จึงขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เลวร้าย ป่าเถื่อน รุนแรง ปราศจากความมีมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง 
เครือข่ายซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน นักกิจกรรมเพื่อสังคม มีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
1. ทางรัฐบาลต้องทำตามหลักการกฎหมายระหว่างประเทศที่ทางรัฐบาลไทยได้รับรองไว้ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติเพื่อให้เกิดขึ้นจริง 
2. ขอเรียกร้องให้ศาลดำเนินกระบวนการยุติธรรมต่อผู้ต้องหาในคดีนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมทางสังคมและประโยชน์ของประชาชนในด้านสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนพึงได้รับจากการรับรองตามกฎหมาย
ด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
แถลง ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561
รายนามองค์กร
1.กลุ่ม Gen เรา
2.เครือข่ายคนรุ่นใหม่กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา
3.กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ (NGC)
4.กลุ่มสองล้อรักษ์บ้านเกิดอาสาสมัครชุมชนด้านทรัพยากร จ.สตูล
5.กลุ่มโกงกาง
6.กลุ่มลูกชาวบ้าน
7.กลุ่มรักษ์เขาชะเมา
8.กลุ่ม Law Long Beach
9.เครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและมหาวิทยาลัยทักษิณ
10.เครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
11.กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม
12.กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
13.เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
14.สิงห์ภูพาน
15.ขบวนการอีสานใหม่ 
16.ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม
รายนามนามบุคคล
1.กรกช แสงเย็นพันธ
2.ชูเวช เดชดิษฐรักษ์
3.ชินภัทร วงค์คม
4.ณัฐวุฒิ กรมภักดี
5.ณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์
6.บดินทร์ สายแสง
7.งามศุกร์ รัตนเสถียร
8.ธนพล แสงจันทร์
9.นายอัครวินท์ กุลภา 
10.นายเกียรติศักดิ์ อุปชา
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org