• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
คิดยังไงครับกับข่าวนี้ :ของบ 4.8 พันล้าน จ้างชาวสวนโค่นยางเปลี่ยนอาชีพไร่ละ 1.6 หมื่น

#1
 

ผมไม่ใช่ผู้รู้ในเรื่องการเกษตร ไม่สามารถที่จะแจกแจงได้ ...



แต่อยากจะรู้ว่า...หากตัดต้นยางไป 3 แสนไร่...ชาวสวนยางจะผันอาชีพไปทำอะไร..



แล้วที่ดิน 3 แสนไร่นั้นเป็นของรัฐหรือของชาวสวน...



ถ้าเป็นของรัฐที่ยึดคืนรัฐจะเอาที่ดินไปทำอะไร



ชาวสวนจะเอาที่ดินที่ไหนไปปลูกอย่างอื่นเพื่อเปลี่ยนอาชีพ

ต้องมองปัญหาให้ทะลุ..ไม่ใช่ของบได้มาแล้ว..ทำไม่ได้ตามโครงการแล้วจะทำอย่างไร..



เชิญอ่านข่าวครับ :



ศุกร์นี้ กยท. ชงกฤษฎาของบ 4.8 พันล้าน จ้างชาวสวนโค่นยางเปลี่ยนอาชีพไร่ละ 1.6 หมื่นบาท

[Image: %E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%...%B8%87.jpg]

 

วันที่ 31 มกราคม 2561 - 15:28 น.



นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. ร่วมหารือแนวทางการปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง เพื่อสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในด้านเมืองไทยน่าอยู่ ภายใต้โครงการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่เพื่อทดแทนการปลูกยาง เป้าหมาย 3 แสนไร่



โดยเตรียมเสนอ 2 ทางเลือกให้ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้สรุปว่าจะดำเนินการด้วยแนวทางไหน ในวันที่ 2 ก.พ. 2561



โดยแนวทางแรก คือ ชดเชยเงินให้ชาวสวนยางที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพรายละ 1.6 หมื่นบาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 10 ไร่ งบประมาณที่จะต้องจ่ายจะใช้ 4,874.2970 ล้านบาท

ส่วนแนวทางที่ 2 คือ ชดเชยเงินให้ชาวสวนยางที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพรายละ 1 หมื่นบาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 10 ไร่ งบประมาณที่จะต้องจ่ายจะใช้ 3,000 ล้านบาท



หลังจากที่ชาวสวนสนใจเข้าร่วมโครงการกับ กยท.แล้ว กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร ก็จะรับไม้ต่อส่งเสริมอาชีพ เพื่อเสริมรายได้ ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องไม่ซ้ำซ้อนกับ กลุ่มชาวสวนที่โค่นยาง ตามพ.ร.บ.กยท. ที่ได้รับ การชดเชยปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช ปุ๋ย ค่าแรง รวมระยะเวลา 7 ปี มูลค่า 16,000 บาท/ไร่



ด้านนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการเข้าพบของ ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ได้หารือถึงการส่งออกไม้ยางพารา ที่ปัจจุบันตลาดต่างประเทศต้องการจำนวนมาก โดยเฉพาะเพื่อป้อนตลาดอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้นำเข้าไม้เริ่มนำกฎเกณฑ์มาตรฐานรับรองไม้ยางมาใช้ คาดว่าจะมีผลอย่างเป็นทางการในอีก 2 ปีข้างหน้า



ดังนั้น ส.อ.ท. จึงต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดรับรองมาตฐานไม้เศรษฐกิจ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในอนาคต



การรับรองมาตรฐานไม้เศรษฐกิจ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้าอยู่ 2 มาตรฐาน คือ FSC (Forest Stewardship Council) ที่การยางแห่งประเทศไทย (ก.ย.ท.) เป็นตัวแทนออกใบรับรอง และมาตรฐาน ในขณะที่ ส.อ.ท. พร้อมที่จะให้การรับรองมาตรฐาน PEFC ที่ส.อ.ท. เป็นตัวแทนรับรอง โดย ส.อ.ท. ระบุว่าการรับรอง มาตรฐาน PEFC นั้นดำเนินการได้รวดเร็ว และค่าใช้จ่ายถูกกว่าถึง 80% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน FSC ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงเกษตรฯ ช่วยประสานกับเกษตรกรที่ต้องการโค่นไม้ยางและรับรองมาตรฐานดังกล่าว


นอกจากนี้ ส.อ.ท. แจ้งว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่พัฒนาเทคโนโลยีผลิต ผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อใช้ปูพื้นสนามกีฬา สนามเด็กเล่น ลานเอนกประสงค์ และอื่นๆ ได้อย่างหลายรูปแบบ แต่การนำเอาไปใช้ยังมีน้อย จึงต้องการให้กระทรวงเกษตรฯ ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ ให้บรรจุการเงื่อนไขใช้ผลิตภัณฑ์ยางของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. ดังกล่าวในโครงการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศด้วย ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอผ่านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาต่อไป



 
https://www.khaosod.co.th/economics/news_732134
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org