• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เมื่อครม.ไฟเขียวประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ:ผมเปลี่ยนใจมาสนับสนุนรัฐบาล

#1
พลันที่ทราบข่าวนี้....ความคิดก็เกิดขึ้นมาในสมอง...

คือผมจะช่วยให้ความฝันของรัฐบาลเป็นจริง ถ้าทำได้ผลประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน...

สิ่งที่ผมจะทำมันมีอยู่ในความคิดแล้วว่าควรจะทำอย่างไร..

ลำพังตัวผมเองไม่สามารถที่จะทำได้ด้วยตัวคนเดียว..

ผมต้องการผู้ร่วมงานที่สามารถจะมาทำงานเป็นจิตอาสา..คือทำด้วยใจโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆหรือตำแหน่งในทางการเมือง...

ผมอยากจะเริ่มงานในกลุ่ม 8 จังหวัดภาคเหนือก่อนดังนี้..

เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำปางและลำพูน

[Image: rice-modis2.jpg]

ทั้งนี้เพราะเป็นเขตที่ผมจะครอบคลุมถึงง่ายและสะดวก

หากเราทำสำเร็จท้องถิ่นอื่นๆก็สามารถทำตามวิธีการเราได้อย่างเอกเทศ..และสามารถมาโยงเครือข่ายถึงกันและกันได้ ( Net Work )

วัตถุประสงค์คือ

1. สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้เข้าใจได้ง่ายๆอย่างถ่องแท้..อันเป็นจุกประสงค์ของรัฐบาลนี้ด้วย

2. กลุ่มเราจะไม่ยึดติดกับกลุ่มการเมืองใดๆจะทำงานในภาคประชาชนและเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง

ส่วนวิธีการที่จะทำอย่างไรนั้นเมื่อผมสร้างกลุ่มขึ้นมาแล้วเราค่อยมาวางแนวทางกัน...

ตอนนี้ผมอยากได้ผู้ร่วมงานที่สนใจจะทำงานในด้านนี้ จังหวัดละ 7 คน

ใครสนใจที่อยากจะร่วมงานเพื่อช่วยชาติและประชาชนเชิญส่งอีเมล์ติดต่อมาได้ที่ :

อาข่า ยูเอสเอ
Thai_laborparty@yahoo.com  เท่านั้น

ไม่รับติดต่อทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นๆ

ป.ล. 1 ท่านต้องแนะนำตัวเองมาด้วยว่าอยู่ที่ไหน มีอาชีพอะไร อย่างคร่าวๆ

ป.ล. 2 ผมขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกผู้ร่วมงาน จังหวัดละ 7 คนเท่านั้น

ป.ล. 3 ต้องมีอุดมการณ์เดียวกันคือรักประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคม

ป.ล. 4 ผมจะตอบรับทุกอีเมล์ที่มีมาถึงผม

ป.ล. 5 อย่าลืมนะครับ ว่างานนี้เป็นงานจิตอาสาเพื่อสังคมไม่มีค่าจ้างและเพื่อตำแหน่งทางการเมืองใดๆนะครับ

ความคิดผมแล่นขึ้นมาในสมองว่าควรจะทำยังไงจากข่าวนี้ :

ครม. ไฟเขียว ประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นวาระแห่งชาติ
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560

เมื่อเวลา 15.30 วันที่ 21 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้วาระแห่งชาติ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมา ซึ่งทีผ่านมาหลายๆคนจะเข้าใจว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มักจะมีแนวทางการดำเนินงานไม่ลงรอยกับผู้ทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชน ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจึงเสนอเรื่องดังกล่าว โดยมิติของเรื่องนี้ มีเรื่องกรอบระยะเวลา 2 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 -2562 มีหลักการ 4สร้าง 3ปรับปรุง 2ขับเคลื่อน และ 1ลด

[Image: %E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%...8%B4-1.jpg]

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า โดย 4 สร้าง ประกอบไปด้วย

1.สร้างจิตสำนึกให้รู้จักเคารพสิทธิมนุษยชน และสิทธิผู้อื่น

2.สร้างระบบติดตามการ ละเมิดสิทธิ ที่ไหนบ้าง ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง

3.สร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิของผู้อื่นทุกเรื่อง

4.สร้างเครือข่ายดูแลเรื่องสิทธิ

ส่วน 3ปรับปรุง ประกอบด้วย

1.ปรับปรุงฐานข้อมูล

2. ปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม

3.ปรับปรุงทัศนคติเข้าหน้าที่ของรัฐ ให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน

ส่วน 2 ขับเคลื่อน คือ

1.ขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ

2.หาองค์กรหรือกลุ่มจังหวัดที่เป็นต้นแบบ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทำตาม เมื่อมีวามสำเร็จเกิดขึ้น

และ 1 ลด คือการลดสถิติการละเมิดสิทธิมนุษยชน หมายความว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องจัดทำแผนงานให้สอดคล้องกับหลักการนี้ แล้วดูผลสัมฤทธิ์ท้ายปีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่นการค้าแรงงาน ค้าประเวณี ลักลอบแรงงานต่างด้าว ว่าลดลงเพียงใด โดยจะให้ทุกกระทรวงรายงานเข้ามา

https://www.khaosod.co.th/politics/news_641414

อันนี้เป็นอีกข่าวหนึ่ง :

หลานสาว‘ปู’ บลัฟรบ.ประกาศสิทธิมนุษยชน-วาระแห่งชาติ จี้เลิกม.44ก่อน
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560

วันที่ 22 พ.ย. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือแซนด์ หลานสาวอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณี ครม.ไฟเขียวประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่รัฐบาลควรเป็นต้นแบบ และละเว้นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน หรือยกเลิกคำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะ มาตรา 44 ของ คสช. เนื่องจากปัจจุบันรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว แต่รัฐบาลยังใช้อำนาจตามคำสั่งคณะปฏิวัติ ที่เอื้ออำนาจให้นายกฯ จนสร้างความหวาดระแวงทั้งข้าราชการและประชาชน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

[Image: 154154154.jpg]

ขอเสนอต่อรัฐบาลดำเนินการให้สอดคล้องกับการประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ โดยขอให้ยกเลิกการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นอีกดังนี้

1.ขอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งและประกาศทั้งหลายตั้งแต่การยึดอำนาจปกครองประเทศที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยกเลิกการใช้วิธีการนำตัวประชาชนไปปรับทัศนคติ โดยเฉพาะประชาชนผู้เห็นต่าง รวมไปถึงบางกรณีที่เกิดการควบคุมตัวประชาชนโดยไม่มีความผิด และให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรมกับผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน รวมทั้งยกเลิกการให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร

2.ขอให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายและมาตรการใดๆ ที่จะนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ สร้างความไม่เท่าเทียมและขัดแย้งกันในสังคม ดำเนินการเพื่อให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

3.ขอให้รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ให้ประชาชนสามารถแสดงออกทางความคิด เสนอแนะต่างๆ โดยแนวทางสันติและโดยอิสระ เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นที่แตกต่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสังคมและหาทางออกให้ประเทศชาติ

4.ขอให้รัฐบาลคืนอำนาจให้กับประชาชน หยุดไล่ล่าทางการเมือง เคารพสิทธิทางการเมืองของประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้ใช้สิทธิใช้เสียงของตนอย่างเท่าเทียมกัน ให้ประเทศเดินไปตามครรลองในระบบประชาธิปไตย ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ก่อนก็จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถยอมรับการประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ หากรัฐบาลไม่ดำเนินการก็อาจพูดได้ว่าการประกาศวาระแห่งชาติดังกล่าวคือ สักแต่ได้ประกาศ แต่จะไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมใดๆ เลยแม้แต่น้อย

https://www.khaosod.co.th/politics/news_643066
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org