• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เอกชัย หงส์กังวาน : อีกหนุ่มหนึ่งที่เปิดหน้าสู้เผด็จการ..แนะทางสู้ไว้อย่างน่าคิด....

#1
เอกชัย หงส์กังวาน : อีกหนุ่มหนึ่งที่เปิดหน้าสู้เผด็จการ..แนะทางสู้ไว้อย่างน่าคิด....

หากใครยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเชิญไปอ่านเรื่องราวของเขาตามที่ผมเอามาให้ดูข้างล่างนะครับ..

[Image: maxresdefault.jpg]

สองวันก่อนผมได้เห็นเขามาออกรายการสัมภาษณ์โดยคุณจอม เพชรประดับเขาได้พูดไว้หลายเรื่องน่าคิดมากๆ

สิ่งที่เขาคิดแนะนำมาหากใครเอาไปปฎิบัติโดยพร้อมเพรียงกันได้ประเทศไทยอาจจะยุ่งถึงขั้นเป็นอัมพาตแน่ๆ...

แล้วมันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร...มีแต่แบบอารยะขัดขืนหน่อยๆ...

เผด็จการอำมาตย์มันจับทางแนวคิดของประชาชนได้จึงทำทุกอย่างที่จะคุมฝูงชนให้ได้..เพราะมันเป็นสิ่งที่พวกมันกลัวที่สุด...กลัวยิ่งกว่าเกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ใส่ซะอีก...

ครับก็ขอชมในความกล้าหาญและแนวทางต่อสู้ของ นายเอกชัย หงส์กังวาน..

เขิญชมคลิปครับ :

นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนักโทษ 112 ให้สัมภาษณ์ Thais Voice เกี่ยวกับขบวนการต่อสู้ เรียกร้องประชาธิปไตยที่ดูเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำกับกลุ่มอำนาจเผด็จการในขณะนี้ว่า มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่สู้แบบยึดตัวบุคคล ยึดแกนนำ เมื่อแกนนำถูกสอย เข้าคุกกันเกือบหมด หรือหนีไปต่างประเทศ ก็ทำอะไรไม่ได้ และใครจะมาวิพากษ์วิจารณ์แกนนำไม่ได้ด้วย ซึ่งการสู้แบบนี้ไม่นำไปสุ่การเปลี่ยนแปลง ขณะที่การต่อสู้ของฝ่ายคุณทักษิณ ก็สู้ไม่ถูกวิธี หลงกลไปกับการต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ศาลอาญาแผนกการเมือง เป็นศาลการเมืองที่มีธงที่จะเอาตระกูลชินวัตร เข้าคุกทั้งหมดอยู่แล้ว และหากจะสู้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่จะมีหรือไม่ก็ไม่รู้ สุดท้ายก็เป็นแค่ปาหี่ทางการเมืองเท่านั้นเอง การต่อสู้ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ต้องอยู่ที่มวลชนเอง ที่จะลุกขึ้นมาสู้ด้วยตัวของตัวเอง

https://youtu.be/4jS441YeIaU
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
เอกชัย ร้องประยุทธ์ ใช้ ม.44 ยกเลิก ม.112

เอกชัย ร้องผ่านศูนย์รับเรื่องฯ ถึงประยุทธ์ แนะใช้ ม.44 ยกเลิก ม.112 ชี้ หัวหน้า คสช. เคยระบุสถาบันทรงพระเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่าไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ พร้อมทั้งเป็นการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป

[Image: 36999243676_b1eccc9a0f.jpg]

12 ก.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ก.ย.60) เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมและอดีตนักโทษการเมือง เดินทางมายื่นจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวนหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว 2557 ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดฐานะหมิ่นประมาทกษัตริย์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์รับหนังสือดังกล่าว

เอกชัย เปิดเผยถึงเหตุผลที่ยื่นข้อเรียกร้องในครั้งนี้ โดยอ้างจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหลังจากศาลมีคำพิพากษาจำคุก จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่สารภาพในความผิดตามมาตรานี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ออกมากล่าวในลักษณะว่าสถาบันกษัตริย์ทรงพระเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่าไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ โดย เอกชัย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เองก็มีอำนาจตาม ม.44 ที่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง จะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้

เอกชัย ยังระบุด้วยว่าการยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ ก็เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปแล้ว เพราะหากพิจารณาที่กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้นไม่มี ขณะที่สมัยก่อนในยุโรปนั้นเคยมีกฎหมยแบบนี้ จากนั้น รัชกาลที่ 5 ได้นำมาใช้ แต่ปัจจุบันสถาบันกษัตริย์ในยุโรปก็ยกเลิกไปหลายประเทศแล้ว บางประเทศที่ยังมีสถาบันกษัตริย์ก็ยกเลิกกฎหมายนี้หรือมีก็ไม่ใช้แล้ว ดังนั้นเมื่อโลกเปลี่ยนไปแล้วก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตามโลกด้วย

เอกชัย กล่าวด้วยว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ กล่าวกับตนว่าจะแจ้งให้ทราบผลภายใน 15 วัน โดย เอกชัย เปิดเผยว่าจะคอยติดตามเรียกร้อง หากล่าช้าจะเดินทางไปทวงถามความคืบหน้าอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา หรือ 1 วัน หลังศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาลับตัดสินจำคุก ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย เป็นเวลา 5 ปี แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน นั้น บีบีซีไทย รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ลงโทษผู้ทำความผิด แต่มีคนจำนวนหนึ่งพยายามท้าทาย ขณะที่พระมหากษัตริย์ทรงพระเมตตามาตลอด เรื่องการตรวจสอบกระทำความผิด อะไรก็แล้วแต่ผู้ที่เผยแพร่สิ่งที่ไม่เหมาะสมวันนี้สถาบันทรงพระเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่าไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ซึ่งประชาชนบางคนก็รู้กฎหมาย แต่ก็พยายามจะทำอยู่เหมือนพยายามที่จะต่อต้านกฎหมายซึ่งก็คือกฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนฉบับอื่น ๆ และพระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานอภัยโทษ นิรโทษกรรมมาโดยตลอดแต่ก็ยังมีคนพยายามจะทำอยู่ตนก็ไม่เข้าใจ ว่าสถาบันไปทำอะไรให้เดือดร้อน ตนพยายามจะคิดแบบที่เขาคิด แต่ก็คิดไม่ออก คิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นไม่เข้าใจเหมือนกัน ฉะนั้นให้นึกถึงว่าพระองค์ท่านทรงมีพระเมตตามาตลอด พระองค์ท่านไม่อยากให้มีการลงโทษอะไรต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายนี้พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนออกแต่ทุกรัฐบาลเป็นคนออกกฎหมายนี้มา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้เข้าใจด้วยพระองค์ท่านใช้กฎหมายไม่ได้ พระองค์ท่านพระราชทานอำนาจทั้ง 3 อำนาจมาให้รัฐบาลเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องปกป้องพระองค์ท่าน

https://prachatai.com/journal/2017/09/73190
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ ไปยื่นเรื่องเปลี่ยน “วันชาติ” เป็นวันที่ 24 มิ.ย.

ทวีศักดิ์ เกิดโภคา: เรียบเรียง

สรุปเหตุผล และเหตุการณ์ เมื่อเอกชัย หงส์กังวาน ต้องการไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล ขอเปลี่ยนวันชาติกลับไปเป็นวันที่ 24 มิถุนายน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปกักตัวไว้ที่สำนักงานเขตบางกะปิ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขู่ทนายความว่าถ้าเรื่องนี้เป็นข่าว จะพาตัวเอกชัย ไป มทบ. 11

ย้อนกลับไปช่วงหลังจากวันครบรอบ 85 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีแคมเปญรณรงค์เรื่องหนึ่งผุดขึ้นมาที่เว็บไซต์ Chang.org เป็นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี โดยขอให้กำหนดวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติไทย โดยผู้ที่เป็นผู้ริเริ่มแคมเปญดังกล่าวมีชื่อว่า เอกชัย หงส์กังวาน

เขาให้รายละเอียดในแคมเปญดังกล่าว โดยสรุปใจความได้ว่า วันชาติถือเป็นวันสัญลักษณ์สำคัญของความเป็นชาติ เกือบทุกประเทศในโลกกำหนดให้วันสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น วันประกาศเอกราช และวันก่อตั้งรัฐเป็นวันชาติ ขณะที่ประเทศไทยเองก็ได้ผ่านเหตุการณ์ที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของชาติ ซึ่งคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนั้นนำมาซึ่ง พรบ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย ซึ่งมีหลักใหญ่ใจความสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนคือ การกำหนดให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นราษฎร

https://youtu.be/-jkJmp7Ou9k

เพลงวันชาติ 24 มิถุนายน เวอร์เรียบเรียงเสียงประสานและขับร้องใหม่
จัดทำโดยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย คำร้อง - ทำนอง : มนตรี ตราโมท
ประพันธ์เมื่อ พ.ศ.2483

ด้วยเหตุดังนั้น รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาจึงกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481 ส่งผลให้ไทยมีวันชาติเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ และมีการเริ่มเฉลิมฉลองวันชาติตั้งแต่ปี 2482 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลเผด็จการภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีความพยายามรื้อถอนทำลายมรดกต่างๆ ของคณะราษฎรผู้ทำการเปลี่ยนการปกครอง เช่นการถอนหมุดคณะราษฎร(ครั้งแรก)ออกจากบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในปี พ.ศ. 2503 และในปีเดียวกัน รัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้เปลี่ยนวันชาติเป็นวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

โดยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ได้ให้เหตุผลกับการเปลี่ยนแปลงวันชาติในครั้งนั้นว่า เพื่อให้เป็นไปตามประเทศอื่นๆ ที่ยังมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ ซึ่งมีการกำหนดให้วันชาติตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ของแต่ละประเทศ

ทำไมเอกชัย จึงเสนอให้เปลี่ยนวันชาติ
ข้อมูลในแคมเปญของเอกชัย ระบุว่า การกล่าวอ้างของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ เป็นการบิดเบื้อนความจริง เพราะ ในประเทศอังกฤษได้แบ่ง วันชาติออกเป็น 2 วันคือ วันชาติอังกฤษ และวันสหราชอาณาจักร (อังกฤษ-ประเทศที่เป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร) อังกฤษไม่มีการกำหนดวันชาติแบบตายตัว ส่วนใหญ่อังกฤษจะใช้วันนักบุญเซนต์จอร์จซึ่งตรงกับวันที่ 23 เมษายนของทุกปีเป็นวันชาติ ขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 คือ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2469
เนื่องจากวันคล้ายวันเกิดของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2-วันนักบุญเซนต์จอร์จใกล้เคียงกัน อังกฤษจึงรวมวันเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อฉลองเป็นงานเดียว ขณะที่วันแห่งสหราชอาณาจักรคือ วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมิถุนายนของทุกปี หากปีใดมีเหตุการณ์สำคัญของราชวงศ์อังกฤษ วันสหราชอาณาจักรอาจมีการเปลี่ยนแปลง ในปี พ.ศ. 2554 มีเหตุการณ์สำคัญของราชวงศ์อังกฤษคือ การแต่งงานของเจ้าชายวิลเลียมกับ แคเธอริน มิดเดิลตัน สหราชอาณาจักรจึงกำหนดให้วันฉลองการแต่งงานคือ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554 เป็นวันสหราชอาณาจักรในปีนั้น

ขณะที่เนเธอร์แลนด์ แบ่งวันชาติออกเป็น 3 วันคือ วันราชอาณาจักร (เนเธอร์แลนด์-ประเทศที่เป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์), วันแห่งเสรีภาพ และวันกษัตริย์ (ราชินี) วันประกาศใช้ข้อตกลงแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (Charter for the Kingdom of the Netherlands) คือ วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2497 ดังนั้นเนเธอร์แลนด์จึงกำหนดให้วันที่ 15 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามเนเธอร์แลนด์ได้รับการปลดปล่อยจากนาซีเยอรมัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ดังนั้นเนเธอร์แลนด์จึงกำหนดให้วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันแห่งเสรีภาพ ส่วนวันกษัตริย์ (ราชินี) ขึ้นอยู่กับกษัตริย์ (ราชินี) จะเป็นผู้กำหนด บางพระองค์ใช้วันเกิดของพระองค์ บางพระองค์ใช้วันขึ้นครองราชย์ของพระองค์

สำหรับเดนมาร์ก ไม่มีวันชาติ แต่มีการปรับให้วันรัฐธรรมนูญคือ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็น วันชาติ ขณะที่สวีเดน พระเจ้ากุสตาฟที่ 1 ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งสวีเดน เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2066 ดังนั้นสวีเดนจึงกำหนดให้วันที่ 6 มิถุนายนของทุกปีเป็น วันชาติ ส่วนญี่ปุ่นจักรพรรดิจิมมุเป็นจักรพรรดิ์พระองค์แรกของญี่ปุ่น พระองค์เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 660 ปีก่อนคริสตศักราช ดังนั้นญี่ปุ่นจึงกำหนดให้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันชาติ

มีเพียงประเทศไทย กับโอมานเท่านั้นที่กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพของกษัตริย์เป็นวันชาติแทนการใช้วันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ

โดยเอกชัยระบุในตอนท้ายของแคมเปญว่า หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ส่งผลให้วันชาติว่างลง ด้วยเหตุนี้ไทยจึงควรกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันชาติเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ขณะที่วันสำคัญของราชวงศ์ควรกำหนดให้เป็นวันสำคัญอื่นแทน

เอกชัยตั้งแคมเปญดังกล่าวขึ้น พร้อมแชร์ลิ๊งค์ไปที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา เพื่อชวนผู้ที่เห็นด้วย หรือเห็นเช่นเดียวกันกับมาร่วมลงชื่อ โดยล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อในแคมเปญของเขา 235 รายชื่อ

เกิดอะไรเมื่อ “เอกชัย” เตรียมนำรายชื่อ พร้อมข้อเสนอเปลี่ยนวันชาติไปยื่นที่สำนักนายกรัฐมนตรี
เอกชัย โพสต์เฟซบุ๊กเมือวันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 19.40 น. ระบุว่า ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม เขาจะเดินทางไปยื่นหนังสือกรณีดังกล่าว 2 แห่ง โดยเวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อของผู้สนับสนุนให้กำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันชาติที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น 11.00 น. จะไปยื่นหนังสือที่องค์การสหประชาชาติเพื่อกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันคณะราษฎรเพื่อร่วมรำลึกวีรกรรมในการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ 85 ปีที่ผ่านมา

3 กรกฎาคม เวลา 15.15 น. เอกชัย ระบุว่า รถตู้จากสำนักงานเขตบางกะปิ 1 คันมาจอดที่หน้าบ้านของเขา มีทหาร และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตบางกะปิอีก 4 คนเดินทางมาหาเขาที่บ้าน

“พวกเขาอ่านเจอโพสท์ที่ผมต้องการจะยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้กำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติจึงแจ้งจะรับหนังสือของผมโดยตรงอย่างไรก็ตามผมปฏิเสธความหวังดีของพวกเขา เนื่องจากผมต้องการไปยื่นหนังสือนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้พวกเขายังคงนั่งอยู่ในรถตู้เฝ้าหน้าบ้านของผม ไม่รู้พวกเขาจะอยู่อีกนานแค่ไหน” เอกชัย ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว

[Image: 34895650504_97d6a8d2c5.jpg]

4 กรกฎาคม วันที่เอกชัยระบุว่า จะเดินไปยื่นหนังสือพร้อมกับรายชื่อที่ทำเนียบรัฐบาล และที่องค์การสหประชาชาติ แต่เวลา 04.00 น. เขาพบว่ามีรถกระบะสีเทามาดักรอเขาที่บริเวณหน้าบ้าน 05.10 น. เขาเดินทางออกจากบ้านเพื่อขะไปยื่นหนังสือตามกำหนดเวลา แต่กลุ่มชาย 4 คนที่อยู่ในรถกระบะก็ปรากฎตัวออกมา วิ่งมาหาเขา และไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร เขาพยามขัดขืนชาย 4 คนนั้น ซึ่งตอนหลังทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือของเขา จนทำให้จนนิ้วมือของเขาเป็นแผล และเจ้าหน้าที่ขับรถกระบะคนดังกล่าวมาเทียบถนน จากนั้นก็ลากตัวเอกชัยขึ้นรถกระบะอย่างรวดเร็ว
เวลา 5.30 น. เอกชัยถูกพาตัวมาที่ สน.ลาดพร้าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเขาไปควบคุมไว้ในห้องประชุมด้านหลังสถานีตำรวจ เอกชัยระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 คนเดินเข้า-ออกห้องประชุมนี้ตลอดเวลา พร้อมกับพยายามโน้มน้าวให้เขายื่นหนังสือนี้ที่สำนักงานเขตบางกะปิแทน แต่เขาปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เวลา 6.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คนพาเอกชัย ขึ้นรถกระบะสีดำเพื่อไปยังสำนักงานเขตบางกะปิ

“แม้จะเป็นเวลาเช้ามืด แต่เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนเข้ามาทำงานในนี้ แม่บ้านเสริฟท์น้ำดื่มให้ ผมนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ ตำรวจ 4 คนเดินเข้า-ออกห้องประชุมนี้ตลอดเวลา ผมไม่ได้อนุญาตให้โทรศัพท์หาผู้ใด พวกเขารอการมาของทหาร” เอกชัย ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว

เวลาเกือบ 8.00 น. เอกชัยระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินเข้ามาให้ห้องประชุม และพยายามสัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ผมต้องการยื่นนหนังสือนี้ เอกชัยเล่าถึงประวัติศาสตร์วันชาติหลังการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แต่ทหารแสดงสีหน้าถึงความไม่รู้ในประวัติศาสตร์นี้ เอกชัยชี้แจงให้เห็นถึงการยกเลิกวันชาติในปีนี้หลังการสิ้นพระชนม์ของ รัชกาลที่ 9 แต่เจ้าหน้าที่ทหารเสนอให้ใช้วันคล้ายวันพระราชสมภพของ รัชกาลที่ 10 เป็นวันชาติแทน เอกชัยพยามที่จะอธิบายเหตุผลของตนเองอีกครั้ง โดยยกรายละเอียกมาจากข้อมูลที่เขาเขียนลงในเว็บ Chang.org

“ไทยไม่เคยให้ความสำคัญต่อวันชาติ แม้วันที่ 5 ธันวาคมจะเป็นวันชาติ แต่คุณค่าของวันนี้ถูกกลบทับด้วยวันเฉลิมพระชนมพรรษา” เอกชัย ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว

เอกชัย ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารพยายามสัมภาษณ์ถึงความคิดเห็นทางการเมือง เขาจึงชี้แจ้งความคิดของเจขาให้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจฟังว่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมรับรัฐบาลทหาร โดยยกตัวอย่างกรณีการเร่งรัดโครงการรถไฟไทยจีน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เข้าอธิบาย แต่ก็ยังคงพยายามเกลี่ยกล่อมให้เขายื่นหนังสือที่สำนักงานเขต ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งขู่ว่า จะส่งตัวเขาไปที่ มทบ.11

เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารเดินออกจากห้องประชุม แต่ตำรวจยังคงเฝ้าเอกชัยอยู่ เขายังคงไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับผู้ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมเขาเช่นเดิม แต่เขายังยืนยันคำตอบเดิม

เวลา 12.30 น. ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางมาที่ห้องประชุม เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้สึกแปลกใจที่ทนายความทราบสถานที่กักตัวเอกชัย

เวลา 14.00 น. การเจรจาเริ่มผ่อนคลาย เอกชัยตัดสินใจที่จะมอบหนังสือนี้ให้กับสำนักงานเขตบางกะปิผ่านทหาร ขณะที่หนังสือร้องขอ UN ให้กำหนดวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันคณะราษฎร จะยื่นที่ UN ในภายหลัง และเอกชัยได้รับการปล่อยตัวออกจากสำนักงานเขตบางกะปิในเวลา 14.30 น.

วันเดียวกันนั้น อานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้เดินทางไปพบกับเอกชัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารเขาขู่ว่าถ้าเรื่อง เอกชัย เป็นข่าว หรือมีคนมาที่สำนักงานเขตบางกะปิจำนวนมาก ทหารจะนำตัวเอกชัยไป มทบ 11 ทันที

5 กรกฎาคม เอกชัยเดินทางออกจากบ้านไปที่องค์การสหประชาชาติ โดยไปถึงบริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติในเวลา 09.30 น. เขาเดินมาถึงด้านหน้าของประตู จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 5 คนเดินเข้ามาหาเขา ขณะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 5 คนยืนมองเขาอยู่ที่ริมกำแพงองค์การสหประชาชาติ

“ตำรวจที่รู้จักผมเดินเข้ามาทักทายผม ผมจึงถามถึงเหตุผลที่ตำรวจจำนวนมากต้องมารอผมที่นี่ พวกเขาแจ้งถึงความต้องการดูแลความปลอดภัยให้กับผม ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผมมีความสำคัญถึงขั้นตำรวจ 10 คนต้องการอารักขาผมที่ด้านหน้าของประตู UN หากที่นี่เป็นหน่วยงานรัฐ ผมคงถูกหิ้วไปปรับทัศนคติตามเคย” เอกชัย ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัว

อย่างก็ตามเอกชัยได้ เข้าไปยื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติตามที่เขาต้องการ และได้กลับออกมา และเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

https://prachatai.com/journal/2017/07/72275
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
คุมตัว 'เอกชัย' เข้ามทบ.11 เหตุจะนำหมุดคณะราษฎรจำลองกลับไปติดที่เดิม

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยตำรวจคุมตัว 'เอกชัย หงส์กังวาน' เข้า มทบ.11 ทั้งวันเมื่อ 24 มิ.ย. เหตุจะนำหมุดคณะราษฎรจำลองกลับไปติดที่เดิม ก่อนพาส่งบ้าน

[Image: pic2.jpg?resize=768%2C576]

[Image: pic3-1.jpg?resize=768%2C770]
ที่มาภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมาว่านายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมและอดีตนักโทษการเมือง ถูกนำตัวส่งถึงบ้านในเวลา 19.45 น. หลังถูกตำรวจจับกุมจากบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าไปที่ มทบ.11 ตั้งแต่ช่วงเช้า จากเหตุที่เอกชัยจะเดินทางเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพื่อจะนำหมุดคณะราษฎรจำลองที่เตรียมมาไปติดตั้งกลับคืนที่จุดที่อยู่เดิมของหมุดคณะราษฎร

พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้เป็นผู้นำตัวนายเอกชัยมาส่งถึงบ้าน จากนั้นได้เข้าตรวจค้นบ้าน เพื่อหากล่องพัสดุที่ใส่หมุดคณะราษฎรจำลอง ทั้งนี้การตรวจค้นได้รับการยินยอมจากนายเอกชัยแล้ว แต่จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ไม่พบกล่องดังกล่าว จึงได้ทำบันทึกตรวจค้น และให้นายเอกชัยเซ็นชื่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางกลับ

นายเอกชัย เล่าถึงช่วงที่ถูกจับกุมว่าเมื่อลงจากแท็กซี่ในช่วงเช้า ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิบนายเข้าล้อม และบอกว่า “อย่าทำอะไรนะ” และจะพาไปส่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่จากนั้นตำรวจก็บอกว่าจะนำตัวไปมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ก่อนนำตัวเขาขึ้นรถตู้ของกองปราบฯ หากเมื่อไปถึงมทบ.11 ได้ราวครึ่งชั่วโมงยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็ถูกนำตัวไปสน.ดุสิต แต่พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า “นาย” ได้สั่งให้พาตัวกลับไปที่ มทบ.11 อีกครั้ง

นายเอกชัยได้ถูกคุมตัวอยู่ในมทบ.11ตั้งแต่ช่วงประมาณ 10 โมงเช้า ระหว่างการถูกควบคุมตัวมีตำรวจเข้ามาซักถามเกี่ยวกับหมุดคณะราษฎรจำลองว่าเขาได้มาอย่างไร ใครเป็นคนส่งมาให้ ที่หน้ากล่องพัสดุจ่าหน้าผู้ส่งเป็นใคร แต่เอกชัยจำไม่ได้แล้ว เพราะส่งมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว การซักถามมีการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 3 ชุดเวียนกัน ส่วนหมุดคณะราษฎรจำลองที่นายเอกชัยเตรียมมาเพื่อติดตั้งใหม่อีกครั้ง ก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ยึดเอาไป จากนั้นในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ให้นำตัวไปส่งที่สน.ดุสิต

เมื่อถึงสน.ดุสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับตัวไว้ ก่อนทำบันทึกยอมรับเงื่อนไขว่าจะยอมให้เจ้าหน้าที่ยึดหมุดจำลองเอาไว้ แต่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับเอกชัย เมื่อทำบันทึกเสร็จจึงนำตัวนายเอกชัยไปส่งที่บ้านพักของเขา

ทั้งนี้ นายเอกชัยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในเวลาประมาณ 8.40 น. โดยก่อนที่จะเดินทางออกจากบ้านนายเอกชัยได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งแต่เช้าตรู่ว่าจะนำหมุดเลียนแบบหมุดคณะราษฎรไปติดตั้งใหม่ในตำแหน่งเดิมตอน 9.00น. ของวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 85 ปี การอภิวัฒน์สยาม

หลังนายเอกชัยถูกควบคุมตัวยังสามารถติดต่อกับนายเอกชัยทางโทรศัพท์ได้ จึงทราบว่านายเอกชัยถูกนำตัวถึง มทบ.11 ในเวลาประมาณ 9.05 น. และจากการรายงานข่าวของประชาไท จึงทราบว่ายังสามารถติดต่อนายเอกชัยได้จนถึงเวลาประมาณ 10.35 น. นอกจากนั้นนายเอกชัยยังถูกนำตัวจาก มทบ.11 ไปที่สน.ดุสิตก่อนหนึ่งครั้งก่อนมีคำสั่งจากทางฝ่ายทหารให้คุมตัวนายเอกชัยกลับไปที่ มทบ.11อีกครั้ง ก่อนขาดการติดต่อไปจนกระทั่งถูกนำตัวไปส่งที่บ้าน รวมเวลาถูกควบคุมตัวกว่า 10 ชั่วโมง และไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่อ้างอำนาจตามกฎหมายใดๆ ในการควบคุมตัวเอกชัยไปในครั้งนี้


https://prachatai.com/journal/2017/06/72094
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org