• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
มาแล้วครับ...องค์กรสิทธิฯ เรียกร้องไทย-ลาวสอบสวนกรณี 'โกตี๋' จะไปได้แค่ไหนคอยดูกัน..

#1
มาแล้วครับ...องค์กรสิทธิฯ เรียกร้องไทย-ลาวสอบสวนกรณี 'โกตี๋'  จะไปได้แค่ไหนคอยดูกัน..

by ตติกานต์ เดชชพงศ
1 สิงหาคม 2560

ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องรัฐบาลไทยและลาวสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีรายงานว่า 'โกตี๋' แกนนำ นปช.ปทุมธานี ถูกลักพาตัวในประเทศลาว เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีญาติมิตรของโกตี๋เป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์

[Image: 497885.jpg]

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ 'ฮิวแมนไรท์วอทช์' ออกแถลงการณ์วันนี้ (1 สิงหาคม) เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลไทยและลาวสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีรายงานว่า นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ 'โกตี๋' แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปทุมธานี ถูกกลุ่มชายสวมชุดดำทำร้ายร่างกายและบังคับนำตัวขึ้นรถหายไปในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังไม่อาจติดต่อหรือระบุได้ว่านายวุฒิพงศ์ถูกนำตัวไปที่ใด

เจ้าหน้าที่ของฮิวแมนไรท์วอทช์ซึ่งสัมภาษณ์ภรรยาและเพื่อนคนหนึ่งของนายวุฒิพงศ์ ในฐานะพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.45 น.วันที่ 29 ก.ค. กลุ่มชายชุดดำพร้อมอาวุธซึ่งสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าประมาณ 10 คนบุกมายังหน้าบ้านพักของนายวุฒิพงศ์ในเวียงจันทน์ และทั้งหมดถูกทำร้ายด้วยปืนช็อตไฟฟ้า ถูกปิดตา-ปิดปากด้วยผ้า และถูกมัดมือไพล่หลังด้วยกุญแจมือพลาสติก แต่นายวุฒิพงศ์ถูกนำตัวขึ้นรถไปจากบ้านพัก ส่วนภรรยาและเพื่อนถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ และพยานทั้งสองคนยืนยันว่าผู้ก่อเหตุสื่อสารกันด้วยภาษาไทย

นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำเอเชีย ระบุในแถลงการณ์ว่าการลักพาตัวนายวุฒิพงศ์โดยกลุ่มติดอาวุธในลาวเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ ทางการลาวจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงและชี้แจงผลสรุปการสอบสวนต่อสาธารณชนโดยเร็ว และจะต้องสืบหาว่านายวุฒิพงศ์ถูกนำตัวไปที่ใด ยังอยู่ในลาวหรือไม่ และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ รัฐบาลลาวควรจะต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้าไปตั้งสำนักงานปฏิบัติการในเวียงจันทน์ เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ที่หลบหนีเข้าไปพำนักที่ลาวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แถลงการณ์ของฮิวแมนไรท์วอทช์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลลาว โดยระบุว่าการลักพาตัวนายวุฒิพงศ์ไม่ใช่คดีบังคับให้สูญหายครั้งแรกที่เกิดขึ้นในลาว โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว นายอิทธิพล สุขแป้น นักกิจกรรมทางสังคมชาวไทย หนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมือง เป็นคนแรกที่หายตัวไปขณะพำนักอยู่ในประเทศลาว และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่อาจระบุได้ว่านายอิทธิพลอยู่ที่ใด และทางการลาวไม่ได้สอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของตนด้วย

แม้ว่ารัฐบาลลาวจะลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอย่างเป็นทางการ ทำให้อนุสัญญาดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ในลาว และรัฐบาลลาวยังไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนคดีบุคคลสูญหายกว่า 10 คดีที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงกรณีนายสมบัด สมพอน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองชาวลาว ซึ่งถูกบังคับอุ้มหายไม่ไกลจากด่านตรวจของตำรวจในเวียงจันทน์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2012 แต่การสอบสวนของรัฐบาลลาวยังไม่มีความคืบหน้ามาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนกรณีของรัฐบาลไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่าการหายตัวไปของนายวุฒิพงศ์อาจเป็นการสร้างข่าวลือมากกว่า พร้อมยืนยันว่าทางลาวจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แค่ปล่อยข่าวสร้างกระแส 'ดอน' ปัดยังไม่ได้รับรายงานกรณีลืออุ้ม 'โกตี๋'

สั่งจับตา 'โกตี๋' เคลื่อนไหวประเทศเพื่อนบ้าน

ลาวเคืองลีน่าจังกล่าวหาปกป้องโกตี๋
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
การบังคับให้บุคคลหายตัวไป หรือ ที่เรียกกัน ในภาษากฎหมาย แบบภาษาอังกฤษว่า“Enforced Disappearance” นั้น คืออะไร? มี สนธิสัญญา อะไร? ครอบคลุมอยู่ และ ประเทศไทย ได้เข้า ไปเป็น รัฐ คู่ภาคีสมาชิก ภายใต้ สนธิสัญญา อะไร?

๑. ที่ผม ต้องเขียน บทความนี้ ขึ้น เนื่องจาก ผู้อ่าน บทความของ ผม ทางบ้าน ได้ร้องขอ โดยวิธีการสอบถาม เข้ามายัง ผม หลายๆท่าน ซึ่งในเรื่อง การถูกบังคับให้หายตัวไป หรือ Enforced Disappearance นั้น เป็นเรื่อง ที่เกิดขึ้นในสปป.ลาว ติดต่อกัน หลายครั้งหลายหนแล้ว ในเวลาไล่เลี่ยกัน

๒. ซึ่งในเรื่อง ที่กล่าวนี้ มี สนธิสัญญาฉบับหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance, 2007” หรือ เรียกชื่อในภาษาไทยว่า “ สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่คุ้มครองป้องกัน บุคคลทุกๆคนจาก การบังคับให้สาปสูญ หรือ หายตัวไป ปี ค.ศ. ๒๐๐๖” หรือในชื่อย่อว่า “ICPPED”

๓. สนธิสัญญาฉบับนี้ เป็นสนธิสัญญา ที่เป็นกฎหมาย ที่เกี่ยวกับ “สิทธิมนุษยชน” หรือ “Law pertaining to Human Rights” มีผลบังคับทั่วไป ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ค.ศ. 2010 และ เป็นสนธิสัญญา ที่ได้ไปขยายความหมายของ วลีที่ว่า “อาชญากรรม ที่เป็นปฏิปักษ์ กับ มนุษยชาติ หรือ Crimes against Humanity”

๔. สนธิสัญญานี้ เป็นสนธิสัญญาฉบับเดียว ที่สามารถเชื่อมโยง เข้าหาสนธิสัญญาที่ว่าด้วย การทรมาน ฯ ปี ค.ศ. 1984 ที่ประเทศไทย เข้าไปผูกพันตน เป็น รัฐคู่ภาคี คือ รัฐ ที่ลงนามให้สัตยาบัน ต่อสนธิสัญญา ที่กล่าวถึงนี้แล้ว ซ้ำสนธิสัญญานี้ ยังบัญญัติความ ให้ความตามบทบัญญัติของ สนธิสัญญา ฉบับนี้ สามารถ อาศัย พึ่งพา สนธิสัญญากรุงเจนีวา ปี ค.ศ. 1949 และ โปรโตคอลของ สนธิสัญญากรุงเจนีวา อีก ๓ ฉบับ เอาไว้ด้วย (the Geneva Conventions,1949 including the three Protocols annexed there to)

๕. สนธิสัญญาฉบับนี้ จึงเป็น สนธิสัญญา ที่เกี่ยวกับ กฎหมายสิทธิมนุษยชน ฉบับเดียว ที่มีคุณ ลักษณะ อันเป็น พิเศษ ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อ เอา สนธิสัญญาใหญ่ๆหลายฉบับ มาเป็น สะพาน สำหรับ การเชื่อมต่อ เพื่อที่จะให้สิทธิแก่ ผู้เสียหาย ที่อาจใช้สิทธิ ในการร้องทุกข์ เพื่อดำเนินการฟ้องร้อง และ ไม่ว่า จะฟ้องคดีอาญา หรือ คดีแพ่งเอง ได้ในหลายๆช่องทาง

๖. ไม่ว่า จะเป็น การใช้สิทธิ ในการดำเนินคดี ในศาลนานาชาติ เช่น ศาลดิสทริก (ในสหรัฐอเมริกา), ศาลเบลเยี่ยม (ในทวีปยุโรป), ศาลอาญาพิเศษของ องค์การสหประชาชาติ ในห้ามุมโลก, ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป, ศาลสิทธิมนุษยชนในทวีปอเมริกา ภายใต้สนธิสัญญา Pan – American States, ศาลสถิตย์ยุติธรรมสังคมประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (The European Court of Justice) และ ในที่สุดศาลโลก และ ***{ศาล Ad hoc ของ ศาลโลก ที่เคยเกิด และ ได้ใช้มาแล้ว ในคดี Lockerbie.}***

................(มีต่อ)

‎Thanaboon Chiranuvat‎

August3, 2017
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.