• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
กฎหมายระหว่างประเทศคดีอาญา....

#1
วันนี้ผมได้เอาบทความตามหัวข้อกระทู้มาให้อ่านให้ศึกษากัน...

[Image: ZqMdDfR.jpg]

เขียนและเรียบเรียงโดยอาจารย์สอนกฎหมายท่านหนึ่งแต่ขอสงวนนามท่านไว้ก่อน..

ลองอ่านกันดูนะครับ..หากมีคำถามอะไรเชิญถามมาได้นะครับ...

เชิญอ่าน :

[Image: v8QWyRn.jpg]

[Image: oK61sgi.jpg]

[Image: VhDlZGE.jpg]
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
คดีของ “Colozza v. Italy, 12 February 1985 ที่เป็นหลัก “ในทางกฎหมาย เกี่ยว กับ สิทธิมนุษยชน” โดยการวางหลักกฎหมาย หรือ อธิบายหลักกฎหมาย ในเรื่อง

“การดำเนินคดี ในกระบวนการศาล ต้อง มีความเป็นธรรมยิ่ง หรือ the Right to a fair trial” ตามที่บัญญัติไว้ในสนธิสัญญา ที่ว่าด้วย การต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1994 หรือ the European Convention on Human Rights, 1994 นั้น

มี รายละเอียดอย่างไร? และ มีที่มาอย่างไร? จึงจะเกิด การบังคับใช้ กฎหมายสิทธิมนุษยชน อย่างเป็นธรรม ตามตัวบทกฎหมาย ใน สหภาพยุโรป หรือ EU

๑. ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของคดี ที่มีชื่อว่า “Colozza v. Italy, 12 February 1985” ต่อไป เป็น เรื่องจำเป็น ที่ต้องแสดง ให้ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ได้รับทราบเสียก่อนว่า (สนธิสัญญา) หรือ the Convention for the Protection of Human Rights and Funda -mental Freedoms, 1950 ที่ถูกจัดร่างโดย สภามนตรียุโรป หรือ the Council of Europe ในปีค.ศ. 1949

๒. ตามแนวทางของ คำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1948 หรือ the Universal Declaration on Human Rights, 1948 โดย องค์การสหประชาชาติ สนธิสัญญา ที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของ ยุโรปฉบับนี้ เปิดให้ชาติ หรือ รัฐคู่ภาคีสมาชิกลงนาม ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1950 (เริ่ม มีผลเป็นประกาศใช้) มีผลบังคับในวันที่ ๓ กันยายน ปี ค.ศ. 1953


๓. เป็นสนธิสัญญา ที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพียงสนธิสัญญาเดียว ในขณะนั้น ที่จัดให้มี “ศาลสิทธิมนุษยชน” ในขณะเดียวกัน กับที่ คำประกาศ ปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1948 ฉบับองค์การสหประชาชาติ ในเวลานั้น มีสถานภาพ เป็นเพียง “คำประกาศ เจตจำนงค์” ของ องค์การสหประชาชาติ เท่านั้น

๔. สนธิสัญญา ที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของยุโรป มีการปรับปรุงแก้ไข หลายครั้ง นับแต่ปี ค.ศ. 1985 อันเป็น ปีที่กำแพงกรุงเบอร์ลิน ถูกทลาย ลง และ นับตั้งแต่ประกาศใช้ Protocol 11 เป็นต้นมา ก็เกิด Human Rights Commission ภายใต้สนธิ -สัญญาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนยุโรป ปี ค.ศ. 1993 ที่จะเป็น คนที่มารับเรื่องราวร้องทุกข์ ในเรื่อง การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกิดขึ้นในบรรดาชาติสมาชิกของ สหภาพยุโรป หรือ EU รวมทั้ง ดินแดนในปกครอง

(*** ที่มีข้อที่น่าสังเกตุว่า อาจนำมา บังคับใช้ กับ ASEAN หรือ AEC รวมทั้งทุกๆชาติสมาชิก ที่เป็นรัฐคู่ภาคีของ ASEAN ตามที่ปรากฏหลักการของ กฎหมายในการประกาศ ควบรวม ASEAN + EU, 1995***) และ เป็นไป ด้วยผลบังคับ ตามกฏบัตรของ องค์การสหประชาชาติ ที่ว่าด้วย Regionalism + Pacific Settlement หรือ ในเรื่อง องค์การในภูมิภาค และ การตกลงกัน ในปัญหาข้อขัดแย้ง ด้วยวิธีการทางสันติ ตามที่บัญญัติไว้ ในกฎบัตรของ องค์การสหประชาชาติ. .......... (มีต่อ)

‎Thanaboon Chiranuvat‎

July 31, 2017
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org