• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ทนายประเวศอดข้าวประท้วงใน มทบ.11 – ศาลไม่ให้ประกันสองผู้ต้องหาเพราะกลัวหลบหนี

#1
ทนายประเวศอดข้าวประท้วงใน มทบ.11 – ศาลไม่ให้ประกันสองผู้ต้องหาเพราะกลัวหลบหนี

By admin no.5

[Image: Screen-Shot-2017-05-04-at-6.55.30-PM.png...1024%2C447]

4 พ.ค. 2560 ผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ 2 ใน 6 คนที่ถูกนำตัวมาฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวานนี้ ยื่นขอประกันตัวต่อศาลอาญาแต่ศาลไม่อนญาต ด้านทนายประเวศเผย อดข้าวประท้วงเพื่อให้ได้ติดต่อบุคคลภายนอก ผู้ต้องหาบางรายถูกปิดตาคลุมศีรษะระหว่างควบคุมตัว

16.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวสองผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์โพสต์ของ Somsak Jeamteerasakul เกี่ยวกับหมุดคณะราษฎรที่หายไป โดยรายหนึ่งเป็นบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ยื่นหลักทรัพย์ประกัน 790,000 บาท และอีกรายยื่นหลักทรัพย์ 900,000 บาท

ศาลอาญาให้เหตุผลที่ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวว่า เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงไม่อนุญาต ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 ราย คือ นายประเวศ ประภานุกูล, นายดนัย (สงวนนามสกุล), นายวรรณชัย (สงวนนามสกุล), และผู้ต้องหาที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่ออีก 1 คน ที่ถูกควบคุมตัวในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และนำตัวมาฝากขังพร้อมกันเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้ยื่นประกันตัว เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์ประกัน

ช่วงเช้าวันนี้ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คนใน มทบ.11 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทราบว่า ทั้ง 6 คนถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ควบคุมตัวในช่วงเช้าวันที่ 29 เม.ย. 2560 โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีหมายค้น และไม่แจ้งให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบว่าถูกควบคุมเพราะเหตุใด ก่อนจะพาตัวไปที่ มทบ.11 โดยผู้ถูกควบคุมตัวบางรายถูกปิดตาและมีผ้าคลุมศีรษะระะหว่างเดินทางด้วย บางรายเล่าว่าถูกปิดตาทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ทหารพาไปห้องน้ำ

ประเวศเล่าว่า เมื่อไปถึง มทบ.11 เขาถูกแยกควบคุมตัว สอบปากคำ และซักถามประวัติส่วนตัว ซึ่งประเวศให้ความร่วมมือ และยอมลงชื่อในเอกสาร เพราะคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน ระหว่างนั้นเขาขอโทรศัพท์ติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงอดอาหารเพื่อประท้วงการจำกัดสิทธิดังกล่าว

ประเวศไม่ได้รับประทานอะไรอีกเลยจนถึงช่วงสายวันที่ 30 เม.ย. 2560 เขายืนยันว่าต้องการติดต่อบุคคลที่ไว้วางใจ เพื่อจัดการเรื่องนัดหมายคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทหารจึงอนุญาตให้ประเวศใช้โทรศัพท์ โดยจะต้องเปิดลำโพงให้ทหารได้ยินด้วย

ด้านผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่น ๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อบุคคลภายนอก ทำให้ญาติและทนายความไม่อาจทราบชะตากรรมระหว่างถูกควบคุมตัว กระทั่งพนักงานสอบสวนจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าไปสอบปากคำที่ มทบ.11 ในวันที่ 3 พ.ค. 2560 จึงอนุญาตให้ผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 6 คนติดต่อญาติได้ ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผู้ต้องหาไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพระหว่างวันที่ 3-14 พ.ค. 2560

ทั้งนี้ ประเวศและดนัยถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ส่วนวรรณชัย และผู้ต้องหาที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่ออีก 3 คน ถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์โพสต์เกี่ยวกับหมุดคณะราษฎร


http://www.tlhr2014.com/th/?p=4194
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
Here is the TAHR letter to the Thai Embassy about the 6 lese majesty victims charged on Tuesday, May 4. Please read and share.

[Image: 234081853739266]

Open letter to Thai Embassy about 6 lese majesty victims charged on Tuesday, May 3
THAI ALLIANCE FOR HUMAN RIGHTS - TAHR·FRIDAY, MAY 5, 2017

May 4, 2017

Dear Ambassador and Royal Thai Embassy Officials,

Sawadee ka. My name is Ann Norman, Executive Director of the Thai Alliance for Human Rights, an alliance of mostly Thais based in the United States. Our alliance wrote to you previously about the injustice done to law student and human rights and pro-democracy activist Pai Daodin, or Jatupat Boonpattaraksa, who is in jail, charged with lese majesty (insulting royalty) and facing a possible 3 to 15 year sentence merely for sharing a mainstream news article about King Vajiralongkorn on Facebook.

Now, last Tuesday, May 3, six more people (all in one day!) were charged just for sharing something on Facebook, in this case a post by Somsak Jeamteerasakul. One of those people, Prawet Praphanukul was charged 10 times, meaning his sentence could possibly be 150 years. What is even more outrageous is that Prawet Praphanukul, similar to Pai, is a lawyer and human rights activist, who helps victims of the lese majesty law. This is a shocking, further escalation in the use of the lese majesty law. Never before have 6 people been charged in one day, and never before has one person been charged 10 times. And we can see by recent cases how the definition of lese majesty has ballooned way beyond the original meaning of the law itself. This is highlighted by the fact that Prawet Praphanukal is a lawyer working in the area of lese majesty law who only recently stated that he understands the lese majesty law is careful not to cross that line. But simply sharing articles or posts written by others now constitutes lese majesty.

Furthermore, the topic of the posts shared seems to be the missing 1932 Revolution Plaque marking the end of absolute monarchy, which was replaced in the middle of the night by a plaque that says nothing about the Revolution and instead recommends loving the King. It is unreasonable for the Thai government to order people NOT to ask about or object to the sudden and mysterious disappearance of an important historical marker, which was significant to many as marking the starting point for Thai democracy. The Thai people feel that whoever stole the plaque is trying to rewrite Thai history and further attacking the foundations for future Thai democracy.

Most people in Thailand, have shared news articles about the royalty. Indeed most people in Thailand have said something negative about royals at some point in their lives. This means that everyone in Thailand must live in fear that at any moment they can be arbitrarily detained if they those in power find them a bother. Beyond the right of citizens not be subjected to arbitrary arrest, Thai people have a right to discuss their history and their future, even when that involves facts and opinions about the King, who very well may have ordered the removal of this historical marker. And if he did not order the removal of the marker, why is this topic so sensitive that it cannot be discussed without throwing people in jail?

The United Nations Working Group on Arbitrary Detention has raised the possibility that, in Thailand, the deprivation of liberty associated with the lese majesty law in violation of international law, may be so widespread and systemic as to constitute crimes against humanity. When 6 people are charged in one day, including one human rights lawyer who is charged with 10 counts of lese majesty, in order to frighten a whole population into silence while their historical monuments to democracy are destroyed, it does seem that sinister. And these 6 cases are in addition to the hundreds already in jail, and the thousands forced to flee the country, and the scores who have been extrajudicially murdered after lese majesty accusations. We ask the Thai government to immediately release Pai Daodin, the 6 people accused on Tuesday, and all the other lese majesty prisoners.

We beg the Thai government, please step back from this path to North Korean style oppression, repeal the lese majesty law, and open a democratic dialogue on how to move forward.

Thank you,
Ann Norman แอน นอร์มาน

Executive Director
Thai Alliance for Human Rights
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

Website: http://tahr-global.org/
Email: ann.norman@tahr-global.org
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ขออนุญาตดันกระทู้นี้ครับ
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2017 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org