• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร แจง..ต้องพกเงินสดวันละ3.2 ล้านบาทเพื่อเอาไปดูแลเจ้านาย

#1
Wow..!...นายตำรวจใหญ่คนนี้ต้องพกเงินสดวันละหลายล้านเผื่อฉุกเฉินต้องไปเลี้ยรับรองเจ้านาย(เพื่อเลียหรือรักษาตำแหน่ง? อยากรู้จัง

เชิญอ่านข่าวครับ

ที่นี่ไม่มีความลับ
โดย : เอราวัณ

"วิบากกรรม ศานิตย์ มหถาวร แจงบัญชีทรัพย์สินพิสดาร"

[Image: 32515625.jpg?x85432]

"ใครอยากรู้จักตัวเองให้มากกว่าที่ตัวเองจำได้ให้มาเล่นการเมือง" เป็นคำพูดที่มักถูกนำมาล้อเลียนกันในวงสนทนาการเมือง แต่สำหรับเจ้าของฉายา "น.1" พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ที่ไม่ได้เป็นเรื่องแค่ถูกล้อเล่นแล้ว เพราะ


"น.1." กำลังรู้จักสิ่งที่ตนเอง "กระทำ" ไว้ในอดีตมากขึ้น เมื่อก้าวคล่อมเป็นทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการเมืองในคราวเดียวกัน

ด้วยกฏหมายป.ป.ช.ที่บังคับให้ข้าราชการการเมืองต้อง "แก้ผ้า" หรือแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะภายใน 30 วัน ที่มารับตำแหน่ง ทำให้ทรัพย์สินของพล.ต.ท.ศานิตย์ และครอบครัวต้องเปิดเผยออกมา

ทันทีที่เปิดเผยออกมาพบข้อสังสัยใน 3 ประเด็นคือ ประเด็นที่1.การรับราชการจะทำให้มีทรัพย์สินมากมายถึง 93 ล้านบาทได้หรือ ? ประเด็นนี้ถูกอธิบายด้วยการแสดงบัญชีทรัพย์สินว่า เพราะมีมรดกจากมารดา ภรรยาและน้า ทำให้มีทรัพย์อู้ฟู้

ประเด็นที่ 2.คือการพกเงินสดวันละ3.2 ล้านบาท ที่ได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า จำเป็นไว้เพื่อเอาไปดูแลเจ้านาย คำชี้แจงนี้ทำให้น่ากังขาว่าในวงการตำรวจมันมี "ค่าดูแล"กันขนาดนี้เชียวหรือ? พร้อมคำถามว่าเงินเดือนตำรวจจะสักกี่หมื่นบาทถึงได้พกเงินสดคราวละ 3.2 ล้านบาทดูแลคนอื่น ถามคำเดียว "เงินนั่นท่านได้แต่ใดมา?"

ประเด็นที่ 3. น่าจะร้ายแรงสุด เพราะน.1มีการแจ้งต่อป.ป.ช.ว่ามีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) หรือเบียร์ช้าง หลังจากสำนักข่าวอิศราออกมาเผยแพร่การยื่นบัญชีทรัพย์สินในรูปแบบนี้ ก็ถูกตั้งคำถามว่า ผิดกฏหมายหรือไม่ที่ไปรับเงินที่ปรึกษาจากบริษัทเอกชนเกินกว่าที่กฏหมายป.ป.ช.กำหนดว่า ห้ามรับของกำนัลหรือทรัพน์สินเกินกว่า3,000 บาท

เมื่อมีการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้สอบเรื่องจริยธรรมและความผิดต่อกฏหมายในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน พล.ต.ท.ศานิตย์ กลับชี้แจงว่าไม่มีค่าที่ปรึกษา "ลูกน้อง" ทำบัญชีผิด

"กลายเป็นวัวพันหลัก” หรือ "ลิงแก้แห"เลยคราวนี้ เพราะถ้าชี้แจงกับผู้ตรวจการแผ่นดินแบบนี้ แต่ไปชี้แจงกับป.ป.ช.อีกแบบและมีการลงลายมือชื่อกำกับ เท่ากับว่า "จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ" ไปอีกกระทงหนึ่ง

ฟันธงตรงนี้ว่าคำอธิบายที่บอกว่า "ลูกน้องลงบัญชีผิด" นั้น "ฟังไม่ขึ้น" เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จับผู้ร้ายมามากมาย ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเอกสารใดที่ลงนามด้วยตนเองจะอ้างว่าไม่ได้อ่านหรือผู้อื่นกระทำการให้ย่อม"ฟังไม่ขึ้น"

ปกติเห็น "น.1” ผู้นี้อธิบายทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องนี้ ท่านบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อให้ชัดแจ้ง ก็ว่ากันไป ให้ ”วิบากกรรม " เป็นคำตัดสินอนาคตของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่ขื่อ "ศานิตย์" ก็แล้วกัน

คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ /หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3241 ระหว่างวันที่ 5-8 มี.ค.2560


http://www.springnews.co.th/th/2017/03/28753/
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
""ศานิตย์" ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ?? ปมเงินที่ปรึกษาไทยเบฟฯ ผิดจริงมีสิทธิ์ติดคุก!"

[Image: 640_k97ajdf6jaccikkakjaj9.jpg]

"การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.ของพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)ครั้งเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นำมาซึ่งคำถามต่อนายตำรวจรายนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนที่ระบุว่าพล.ต.ท.ศานิตย์มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัดหรือเจ้าเบียร์ช้างเดือนละ50,000บาทมาตั้งแต่ปี2558"

"เสียงวิพากย์วิจารณ์ในแง่ลบจึงตามรบเร้านายตำรวจรายนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพราะการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่เฉพาะตำแหน่งผบช.น.แต่พล.ต.ท.ศานิตย์ยังเป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กทม.โดยตำแหน่งด้วยนั้นจึงต้องเข้มงวดกวดขันในทุกบริบทที่น้ำเมาเข้าไปเกี่ยวข้องแต่เอกสารบัญชีทรัพย์สินฯกลับโชว์หราคนมีหน้าที่ควบคุมไปรับเงินเป็นที่ปรึกษาจากคนที่ต้องถูกควบคุมเลยมีคำถามถึงความเหมาะสมมากมาย

ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้ยื่นเอกสารชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ไม่เคยเป็นที่ปรึกษาและรับเงินจากเอกชนรายดังกล่าวหลังถูกร้องเรียนเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม ทั้งอ้างว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่เตรียมเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อป.ป.ช.แต่ข้อมูลรายละเอียดและตัวเลขต่างๆที่ให้เจ้าหน้าที่จัดทำแทนนั้น ต้นทาง คือ พล.ต.ท.ศานิตย์ ไม่ได้เป็นคนเตรียมให้ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่พล.ต.ท.ศานิตย์ อ้างถึงว่าเป็นคนทำเอกสารผิดพลาดไปหา ไปรวบรวมเอาเองแบบนั้นใช่หรือไม่

เรื่องนี้คงไม่เข้าทำนอง"ตายน้ำตื้น"เพราะถ้าการอ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารผิดพลาด พล.ต.ท.ศานิตย์ไม่ได้ทำด้วยตัวเองจะฟังขึ้นหรือไม่ไม่รู้ แต่ในเมื่อมีการเซ็นชื่อรับรองเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่นก็เท่ากับว่าพล.ต.ท.ศานิตย์ตรวจสอบดีแล้วว่าข้อมูลที่ยื่นต่อป.ป.ช.ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการไม่ใช่การเซ็นชื่อแบบผ่านๆ

อีกทั้งการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯครั้งรับตำแหน่งสนช.ของพล.ต.ท.ศานิตย์ คงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งทำครั้งแรกสำหรับเจ้าตัวเพราะการดำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับสูงของพล.ต.ท.ศานิตย์มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.อยู่แล้วเพียงแต่กฎหมายป.ป.ช.ไม่ได้ระบุให้เปิดเผยต่อสาธารณะเหมือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

จึงมีคำถามตามมาว่าป.ป.ช.ต้องลงมือตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีทรัพย์สินฯที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ เคยยื่นมาครั้งก่อนๆในตำแหน่งข้าราชการตำรวจด้วยหรือไม่

แล้วการที่พล.ต.ท.ศานิตย์โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารบัญชีทรัพย์สินฯที่ยื่นต่อป.ป.ช.นั้น เมื่อเรื่องแดงออกมาเหตุใดถึงไม่รีบชี้แจงต่อป.ป.ช.และสังคมว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไรแต่กลับเลือกเล่นบท นิ่งเงียบมา2-3เดือนวางท่าสงบหวังสยบความเคลื่อนไหวถึงค่อยมาชี้แจงต่อผู้ตรวจฯภายหลังเมื่อถูกร้องเรียน

เรื่องนี้พล.ต.ท.ศานิตย์จะเข้าข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จต่อป.ป.ช.หรือไม่คงต้องติดตามต่อ

แต่ทว่าตาม มาตรา119ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ภายในเวลาที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนดหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่าพล.ต.ท.ศานิตย์จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา103ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542หรือไม่นั้นต้องรอผู้ตรวจฯพิจารณาว่าพล.ต.ท.ศานิตย์ผิดต่อมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ ถ้าผิดขั้นตอนต่อไปคือป.ป.ช.ต้องมาพิจารณาว่าผิดกฎหมายของป.ป.ช.หรือไม่ เรื่องนี้จึงมีสองขั้นตอนที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่และขั้นตอนของป.ป.ช.ที่ต้องพิจารณาความผิดทางอาญา

ขณะที่ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช.เคยกล่าวถึงกรณีนี้ว่า ถ้าการกระทำเข้าข่าย ก็ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย พร้อมหยิบยกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542มาตรา103ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการป.ป.ช.กำหนด

ซึ่งมาตรา103จะไปเชื่อมโยงกับมาตรา122ของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราบทุจริตพ.ศ.2542ที่บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา103ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
จึงต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบกรณีนี้ของพล.ต.ท.ศานิตย์ หากปรากฎว่าพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดมาตรา103และมาตรา119ของกฎหมายของป.ป.ช.ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกนั้น จะเขย่าอนาคตนายตำรวจเจ้าของฉายา "น.1 บึ่งทุกที่" และเป็นเจ้าของวลี "ตำรวจ 99.99%เป็นคนดี" แค่ไหน

ที่มา :www.komchadluek.net/news/politic/262977"
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ศานิตย์ มหถาวร

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

อยู่ในวาระ

เริ่มดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2558[1]

ก่อนหน้า พลตำรวจโทศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
อยู่ในวาระ

เริ่มดำรงตำแหน่ง
11 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 – 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (0 ปี 299 วัน)
ก่อนหน้า พลตำรวจโท วีรพงษ์ ชื่นภักดี
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ข้อมูลส่วนบุคคล

เกิด 9 ธันวาคม พ.ศ. 2499
กรุงเทพมหานคร

คู่สมรส ฉวีวรรณ มหถาวร

บุตร ร้อยตำรวจโทหญิง ฉัตรนภา มหถาวร

ศิษย์เก่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 34 (นรต. 34)

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ปฏิบัติหน้าที่ใน กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ชั้นยศ Thai police O8.png พลตำรวจโท

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร (ชื่อเล่น : แป๊ะ , บิ๊กแป๊ะ , เกิด 9 ธันวาคม พ.ศ. 2499) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ,เจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร[2],สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ[3]กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษา ความปลอดภัย[4]ที่ปรึกษา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)[5] และอดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พลตำรวจโทศานิตย์เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ที่ กรุงเทพมหานคร มีชื่อเล่นว่า แป๊ะ ทำให้บรรดาสื่อมวลชนเรียกว่า บิ๊กแป๊ะ เช่นเดียวกับ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีชื่อเล่นว่าแป๊ะเหมือนกันด้านชีวิตครอบครัวสมรสแล้วมีบุตรสาวคือร้อยตำรวจโทฉัตรนภา มหถาวร หรือ หมวดแปลน

พลตำรวจโทศานิตย์จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนอำนวยศิลป์ ระดับปริญญาตรีจาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 34 รุ่นเดียวกับ พลตำรวจเอกชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ระดับปริญญาโทจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และปริญญาโท นิติศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553 พลตำรวจโทศานิตย์ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยื่นต่อศาลอาญาขออนุมัติออกหมายจับ ที่ฉฉ.8-24/2553 ออกหมายจับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จำนวน 17 ราย[6]

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พลตำรวจโทศานิตย์ขณะมียศเป็น พันตำรวจเอก และดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการปราบปรามได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 [7] พร้อมกับรับพระราชทานยศ พลตำรวจตรี [8]

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 พลตำรวจตรีศานิตย์ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด [9]

วันที่ 1 ตุลาคม ปีเดียวกันพลตำรวจตรีศานิตย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองร้องทุกข์ [10]

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 พลตำรวจตรีศานิตย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ [11]

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 พลตำรวจตรีศานิตย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 [12]

ต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 พลตำรวจตรีศานิตย์ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกันปราบปราม) [13] พร้อมกับรับตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกตำแหน่งหนึ่งโดยได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจโท ในวันเดียวกัน [14]

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งให้พลตำรวจโทศานิตย์เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลโดยให้มีผลนับแต่วันที่แต่งตั้งให้รักษาราชการแทน

ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้พลตำรวจโทศานิตย์ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล [15] เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ[16]
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#4
เปิดใจครั้งแรก"หมวดแปลน" ลูกสาวสุดน่ารักของรักษาราชการแทน"ผบช.น."

[Image: 14459531851445953311m.jpg]

updated: 27 ต.ค. 2558 เวลา 20:45:43 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ช่วงนี้ หากใครพบกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต่างพากันสงสัยว่าหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ยศ ร.ต.ท. ที่คอยเดินตามนั้นเป็นใครกัน ทีมข่าวมติชนจึงได้สอบถามจนได้ความว่า หญิงสาวคนนี้ คือ ร.ต.ท.หญิงฉัตรนภา มหถาวร หรือ "หมวดแปลน" ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองสารวัตรสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 บุตรสาวของ พล.ต.ท.ศานิตย์ นั่นเอง พร้อมเปิดใจครั้งแรกกับทีมข่าวมติชนถึงเส้นทางการทำงานก่อนจะมาเป็นตำรวจติดตามคุณพ่อ รวมถึงเรื่องหัวใจที่หนุ่มๆ หลายๆ คน คงอยากรู้ แต่ใครจะจีบต้องคิดหนักสักหน่อย เมื่อเธอเป็นถึง อดีตแชมป์กีฬามวยหญิง ในการแข่งขันชกมวยระหว่างนักเรียนอบรมหลักสูตร กอส. กับ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ไปฟังกัน

https://youtu.be/9dCK3qfDNqA
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#5
อยู่ฝ่ายคสช.มันดีอย่างนี้นี่เอง : ยุติตรวจสอบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวรรับเงินที่ปรึกษาไทยเบฟฯ แล้ว

จากข่าวในหัวข้อที่ว่า “พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร แจง..ต้องพกเงินสดวันละ3.2 ล้านบาทเพื่อเอาไปดูแลเจ้านาย “

ที่ผมเคยนำมาเผยแพร่และเป็นที่สนใจของผู้อ่านมาก มียอดคลิกถึง 92,589 Views

ในกระทู้นี้ :http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6148

ตอนนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยุติการตรวจสอบแล้วเพราะไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง..

เน๊าะ..งบเงินสดเอาไว้เลี้ยงเจ้านายวันละ 3.2 ล้านบาท มันจะพบปมหลังฐานได้ยังไง...

เชิญอ่านข่าวครับ :

[Image: AvV0CkH.jpg]

"ยุติสอบ! ผู้ตรวจฯ ไม่พบหลักฐาน "ศานิตย์" รับเงินไทยเบฟฯ" มติผู้ตรวจฯ ยุติสอบปม"ศานิตย์" รับเงินที่ปรึกษาไทยเบฟฯ หลัง ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง พร้อมเตือน ขรก.ชั้นผู้ใหญ่ ยื่นแจงบัญชีทรัพย์สิน อ้าง ผิดหลงไม่ได้"

See more at…
http://nanasara.org/forum/newreply.php?tid=6148#
ค้นหา
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#6
ขออนุญาตดันกระทู้นี้.....


หลังจากโดนโซเชี่ยลยำเละ..นายตำหนวดคนนี้หายเงียบไปเลย...
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#7
ไปค้นดูข่าวถึงทราบว่าเกษียณไปแล้ว.......

‘ศานิตย์’ ส่งมอบเก้าอี้ ‘น.1’ ให้ ‘ชาญเทพ’ คุมนครบาล มั่นใจทำงานเยี่ยม

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1085770

[Image: CiHZjUdJ5HPNXJ92GOy8ilIlLAXojBzsMm.jpg]
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2018 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org