• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ขอเชิญชวนร่วมลงชื่อรื้อระบอบประยุทธ์..โดยกลุ่ม Re-Solutionให้มันมลายหายไปจากโลกนี้..

#1
 
วิกฤติของประเทศมาถึงแล้วตอนนี้มันอยู่ที่ว่าใครจะสามารถถือเอาวิกฤตให้เป็นโอกาสได้....มีอยู่สามฝ่ายคือ..

1. วัง

2. รัฐบาลเผด็จการ

3. ประชาชน....

ตามข้อหนึ่งและข้อสองผมไม่มีอะไรจะแนะนำรู้แต่ว่าจะต้องไปถึงทางตันอย่างแน่นอนถ้าไม่ยอมทำตามคำเรียกร้องของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง....... 

ตามข้อสาม....ประชาชนต้องออกมาแสดงออกโดยการลงชื่อขับไล่ประยุทธ์ให้ได้ 1 ล้านคนหรือกว่านั้นตามแนวของกลุ่ม Re-Solution แล้วนัดกันออกมารวมพลังขับไล่พร้อมๆกันทั่วประเทศ...ส่วนคนที่ไม่สะดวกที่จะลงชื่อเพราะกลัวหรือเหตุผลใดๆก็ตามให้แสดงออกโดยการสนับสนุนอยู่เบื้องหลังได้

[Image: 186515281_485462036032347_73663650903841...e=60C4DE61]

[Image: 186219674_820450628575070_62166629806230...e=60C45EEE]

เมื่อได้ 1ล้านชื่อ...แน่นอนผู้ก่อตั้งหรือริเริ่มกลุ่มรู้ว่าจะทำอะไรต่อหลังจากนั้น...และจะมีพลังมหาศาลของพวกเราสนับสนุน...ถ้าเดินไปตามครรลองประชาธิปไตยไม่ได้...ก็พร้อมใจกันลงถนน...มันอยู่ไม่ได้แน่นอน..

มันจริงที่สุดที่....”ใบตองแห้ง” บอกว่า.. “การกระทำกับแกนนำอย่างอำมหิต กำลังปลูกฝังความโกรธแค้นให้คนรุ่นใหม่ ถ้าลองเอาผิดคนโกรธแค้นวิพากษ์วิจารณ์ที่ล้นหลามเต็มหน้าเฟส ก็จะยิ่งบานปลายไปใหญ่ ”

สังเกตเห็นกันไหมครับว่า “ศาล “ ....เมื่อเรากดดันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง.....มันก็ผ่อนคลายลงบ้างโดยการให้ประกัน...แต่ก็ยังไม่หมดเสียทีเดียวเดี๋ยวจะเสียหน้า..ก็เลยใช้วิธีให้ทีละคืบทีละศอกเพื่อลดความกดดัน..

แต่การต่อสู้ของคนที่รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมของสังคมหยุดไม่ได้จะต้องประท้วงอย่างต่อเนื่อง..
มาถึงตรงนี้....คำถามมีว่า.....
 
เคล็ดลับในการประท้วง ต้องระดมคนมากเท่าไรจึงเห็นการเปลี่ยนแปลง
 
จากงานวิจัยโดย เอริกา เชโนเว็ธ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชี้ว่า การประท้วงอย่างสันติไม่ใช่แค่ทางเลือกที่ดีในเชิงศีลธรรม แต่ยังเป็นวิถีทางอันมีประสิทธิภาพในการกำหนดทิศทางการเมืองโลกในระยะยาวอีกด้วยเช่น...
 
**ในปี 1986 คนฟิลิปปินส์หลายล้านคนร่วมเดินขบวนประท้วงอย่างสันติในกรุงมะนิลา และระบอบเผด็จการของนายพลมาร์กอสก็สิ้นสุดลงภายในวันที่ 4
 
**ปี 2003 ชาวจอร์เจียขับไล่ประธานาธิบดี เอดูอาร์ด เชวาร์ดนาดเซ สำเร็จด้วย "การปฏิวัติกุหลาบ" โดยพวกเขาบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาพร้อมกับดอกไม้ในมือในปีเดียวกันนี้ ทั้งประธานาธิบดีซูดานและอัลจีเรียต่างประกาศลาออกหลังจากอยู่ในอำนาจมาหลายทศวรรษ หลังจากถูกประท้วงเรียกร้องอย่างสันติ
 
ผลการวิจัยของเชโนเว็ธ ชี้ว่า จำนวนคนราว 3.5 เปอร์เซ็นต์จากประชากรทั้งหมด ที่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญได้
แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Extinction Rebellion เองก็บอกว่าได้อิทธิพลโดยตรงจากผลการวิจัยของเชโนเว็ธ
 
ดังนั้น...ประชาชนคนไทยที่มีทั้งหมด 67 ล้านคนถ้าหาก 3.5 เปอร์เซ็นต์ออกมาเรียกร้องให้มีทุกจังหวัดทั่วประเทศผมกล้าพูดได้เลยว่า...เผด็จการทหารอำมาตย์มันอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน..
 
จากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทั้งโรคระบาดและพิษเศรษฐกิจ..รัฐบาลแก้ไขไม่ได้และมาถึงขั้นวิกฤติที่เราจะต่อสู้เพื่อตัวเราเอง...มาช่วยกันปกปักรักษาแผ่นดินไทยแผ่นดินทองนี้ไว้เพื่ออนาคตของลูกหลานของเรา...
 
เผด็จการทหารอำมาตย์จงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !
 
ป.ล. ผมได้ปวารณาตัวเป็น 1 ในล้านแล้วครับ..จะช่วยกิจกรรมของกลุ่มทุกทางเท่าที่จะทำได้...
 
วันนี้ก็ได้ขึ้นป้ายที่รั้วหน้าบ้านอย่างที่เห็นซึ่งได้ลงทะเบียนได้รับอนุญาตจากทาง iLaw(ไอลอว์)เป็นผู้เผยแพร่ข้อเสนอของกลุ่ม Re-Solution ได้ดังนั้นใครที่อยู่ ในเขต 2 เชียงใหม่หรือใกล้เคียงสนใจที่จะมาร่วมลงชื่อเชิญได้ตามที่อยู่หรือติดต่อลงชื่อทางออนไลน์กับไอลอว์โดยตรงครับ
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2021 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org