• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ใครสั่งมึงทำ.! ต่อไปนี้..จะตอบแค่ว่า “นายสั่งมา “หรือ“ถึงตายก็พูดไม่ได้“แล้วนะเมื่อ..

#1
ใครสั่งมึงทำ ! ต่อไปนี้..จะตอบแค่ว่า  “นายสั่งมา “หรือ “ถึงตายก็พูดไม่ได้ “ แล้วนะเมื่ออำนาจเป็นของประชาชน..


 “ ใครสั่งมึงทำ ! “ วลีนี้...ต่อไปจะเป็นคำถามจากประชาชนเพื่อที่จะสืบหาความจริงของต้นตอคนสั่ง....

เคยมีคนตอบว่า.....” ถึงตายก็พูดไม่ได้ “ จนป่านนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่เขาหมายถึงและเขาก็ยังไม่ตายยังอยู่ดีมีสุข

แต่เขาจะตายไปกับมันหรือสร้างบันทึกเก็บซ่อนไว้ที่บ้างเราก็ไม่รู้...ต้องรอให้เขาตายก่อนนั่นแหละจึงจะรู้...

ถึงตรงนี้ก็นึกถึงท่านคณากร เพียรชนะผู้พิพากษาที่พยายามฆ่าตัวตายหน้าบัลลังก์ศาลพร้อมกับทิ้งจดหมายลาตายไว้เพราะรับความกดดันที่โถมเข้าหาที่ได้กระทำตัว “นอกคอก “ คือไม่ปฎิบัติตามนายสั่งพร้อมกับระบุว่าได้ส่งรายละเอียดหลายหน้ากระดาษถึงคามกดดันที่ตนได้รับไปถึงกลุ่มคนหลายคน แต่เขาไม่ตายยังรอดมาได้จนต้องมาฆ่าตัวตายอีกเป็นครั้งที่ 2 จึงจะสมใจซึ่งเราก็ไม่มีโอกาสจะรู้ว่าเขาส่งสำเนาถึงใครบ้าง คนที่ได้รับก็เงียบกริบไม่เอามาเปิดเผยสรุปแล้วความจริงเรื่องนี้ก็คงจะสูญหายไปนอกจากจะมีคนขุดคุ้ยขึ้นมาหาความจริงอีก..

ย้อนขึ้นไปถึงเรื่องราวคดีสววคต ร. 8 ก่อนการประหารชีวิตนายเฉลียว ปทุมรส นักโทษ1ใน3 ของคดีดังกล่าวได้ขอพบพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์อธิบดีกรมตำรวจและเล่ากันว่าเฉลียวได้บอกชื่อฆาตกรตัวจริงให้ผลตำรวจเอกเผ่าทราบ..แต่พลตำรวจเอกเผ่าก็ตายไปกับความจริงนั้น..ซึ่งผมคิดว่าถ้าปถุชนธรรมถ้ารู้ตัวว่าจะต้องตายโดยไม่มีทางไหนที่จะรอดได้...เขาก็จะบอกถึงความจริงกับคนที่เขาคิดว่าใกล้ชิดที่สุดและหวังที่จะให้ความจริงนั้นปรากฎแต่กรณีสรรคต ร.8 ก็ยังเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้...

แต่จากบันทึกของนายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ เมื่อปี 2558 ได้บันทึกไว้ว่า “ความจริงนั้น ผู้ที่ปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ไม่ใช่ปรีดี พนมยงค์ คน ๆ นั้นก็ยังมีชีวิตอยู่ แม้จะไม่ได้ตั้งใจปลงพระชนม์ก็ตาม” และก็อยากจะมีคำถามต่อว่า..Who  the hell is he? If you knew, why didn’t you tell us with the evidence?

แล้วก็มาถึงกรณีถึงคนที่ถูกอุ้มฆ่าสูญหายที่ปรากฏเป็นข่าวมาให้เรารู้เราเห็นตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงสมัยนี้ เราก็ยังไม่รู้ถึงความชัดเจนว่าใครเป็นคนสั่งและเมื่อคดีไปถึงศาล...ก็จะหายเงียบไป...มันเป็นเพราะอะไร?

เพราะประเทศนี้มันมีองค์กรที่ยิ่งใหญ่กว่ามาเฟิยอีกและก็มีสืบทอดกันมาเป็นร้อยปีแล้วแต่มายิ่งใหญ่เอาจริงๆตั้งแต่สมัยรัชกาลที่เก้าจนมาถึงปัจจุบัน..
ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่าทำไมประเทศเราประชาชนคนไทยส่วนมากจึงยากจนทั้งที่ประเทศเรามีทรัพย์ยากรธรรมชาติมากมายที่สามารถเก็บผลประโยชน์เอามาเลี้ยงดูประชาชนในท้องถิ่นให้อยู่ดีกินดีได้แต่มันกลับเป็นว่าผลประโยชน์เหล่านั้นมันถูกควบคุมโดยองค์กรที่ใหญ่กว่ารัฐเสียอีก

ถามว่า..ประชาชนในท้องถิ่นที่มีทรัพยากรเช่น น้ำมัน ทอง ก๊าซหรือแร่ธาตุต่างๆ ทำไมเขาถึงยังจนอยู่และแทบจะไม่สิทธิใดๆในทรัพยากรเหล่านั้นในท้องถิ่นของตนเลยแต่มันตกไปอยู่ในองค์กรที่ยิ่งใหญ่และเป็นรูปธรรมยิ่งกว่ามาเฟียในอเมริกาอีก....

ประเทศไทยมีประชากรประมาณ  67 ล้านคนแต่มีคนกลุ่มหนึ่งแค่เฉียดแสนที่มีอำนาจครอบงำประเทศทั้งทางกฎหมายและเศรษฐกิจแม้ประเพณีวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นมันยังลดทอนออกไป วงศ์วานว่านเครือเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์สืบทอดในกลุ่มอำนาจนี้...คนที่ควบคุมสายงานก็จะเป็นตั้งแต่ระดับอธิบดีขึ้นไป...ต่ำลงมาก็จะเป็นพวกข้าราชการทหารตำรวจและข้าราชการพลเรือน ..สืบทอดอำนาจกันมาอย่างนี้...

ตังนั้นถ้าจะสืบทอดตามเจตนารมณ์ของ “คณะราษฎร “ แล้ว การที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาได้จุดประกายต่อต้านเผด็จการและลุกลามไปยังทั่วประเทศ...ไม่มีทีท่าว่าจะจบ..และจะจบไม่ได้จนกว่าจะได้เงื่อนไขในสิ่งที่ต้องการ..

เราจะต้องสนับสนุน...ให้เป็นแบบที่เรียกว่า...Once..!...and for all..!

อย่าสืมนะครับ...น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ...พลังไหนฤาจะสู้พลังประชาชน

เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !

เชิญอ่านข่าวประกอบครับ :

จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์: รธน.ที่นำสังคมไทยกลับสู่ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน | รัฐธรรมนูญในฝัน

 
"CARE ชวน คิด เคลื่อน เขียน รัฐธรรมนูญฉบับในฝัน ของประชาชน" จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ชี้เป็นเรื่องหน้าเศร้าหากประชาชนต้องอยู่ในประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตย ผู้ปกครองบ้าอำนาจ หวังเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องนำสังคมไทยสู่หลักประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน

[Image: 50247570658_dd2e048f90_k.jpg]


'กลุ่ม CARE' ตั้งวง 13 คน ชวน คิด เคลื่อน เขียน รัฐธรรมนูญฉบับในฝันของปชช. 'คำ ผกา’ ย้ำต้องฉีก ‘รธน.ฉบับวัฒนธรรม’, 8 ส.ค. 2563


CARE ชวน คิด เคลื่อน เขียน รัฐธรรมนูญฉบับในฝัน ของประชาชน [YouTube]



เวที "CARE ชวน คิด เคลื่อน เขียน รัฐธรรมนูญฉบับในฝัน ของประชาชน" ช่วง "รัฐธรรมนูญในฝัน" จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) กล่าวทักทายผู้เข้าร่วม พร้อมเเจ้งว่า เวลานี้ตนเองเป็น 1 ใน 31 รายชื่อในกลุ่มผู้ถูกกล่าวคดีเดียวกันกับ อานนท์ นำภา ซึ่งในเวลานี้มีเพียง 2 คนที่ถูกจับกุมและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาฝากขังของศาลแล้ว โดยตอนนี้ประชาชนหลายคนได้ไปปักหลักรอฟังผลการพิจารณาที่ศาลอาญารัชดา และในช่วงเย็นกลุ่มนักศึกษาก็จะจัดเวทีแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์คหอศิลปวัฒนธรรมฯ โดยในจะมีการพูดถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ



จุฑาทิพย์ กล่าวต่อว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากทำกิจกรรมทางการเมือง ได้เจอการคุกคามหลายรูปแบบทั้งการติดตาม ดักฟัง ถูกถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และล่าสุดคือการดำเนินคดี สิ่งเหล่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั้งกับนักเคลื่อนไหว และประชาชนทั่วไปในประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตย และในประเทศที่มีผู้ปกครองบ้าอำนาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แม้ตนเองจะมีอายุ 21-22 ปีแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศ และไทยยังคงอยู่ในประเทศที่รัฐสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน ยังคงเป็นประเทศที่ประชาชนต้องเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน


เธอเล่าต่อว่า ตัวเองเป็นคนต่างจังหวัด จึงไม่เห็นอะไรมากนัก แต่ก็มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคม อยากเป็นนักเคลื่อนไหว และถ้ามีโอกาสก็อยากทำให้สังคมดีมากขึ้นกว่านี้ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ ทุกครั้งที่ออกมาต่อสู้เรียกร้อง สิ่งที่ได้รับกลับมาจากรัฐคือการต่อต้าน ไม่มีครั้งใดที่รัฐจะมองเห็นว่าพวกเราคือ พลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งทำให้ย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรากับเขาเป็นคนเท่ากันหรือเปล่า

[Image: 50201727291_c6c8c48e6a_k.jpg]

เราต้องการให้คนเท่ากัน เป็นราษฎรเสมอหน้าเท่ากันหมด แต่เรากลับต้องกลายเป็นผู้ต้องหาในหลายคดี และกลายเป็นว่าที่ผู้ต้องหาในคดีที่กำลังจะเกิดขึ้น เอาตรงๆ เราออกมาเคลื่อนไหวก็เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย เพื่อให้ประเทศนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะเรายังอยู่ในกติกาที่ไม่เป็นธรรม อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เขียนให้มีสิ่งที่อยู่เหนือกว่ารัฐธรรมนูญได้จุฑาทิพย์ กล่าว

จุฑาทิพย์ กล่าวต่อถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎรว่า ต้องพูดถึง ปรีดี พนมยงค์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นคนร่างหลัก 6 ประการนี้ขึ้นมา แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดหลัก 6 ประการขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญถูกฉีกไป จนกระทั่งปี 2489 เรามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ถูกฉีกไปเช่นเดิม ต่อมาในปี 2540 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดอีกฉบับหนึ่ง ความน่าสนใจของรัฐธรรมนูญ 2540 คือ การกระจายอำนาจ และการเกิดขึ้นขององค์กรอิสระมากมาย แต่ก็มีชะตากรรมเช่นเดิม รัฐธรรมนูญฉบับบี้ไม่สามารถอยู่ได้ในสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และถูกฉีกทิ้งไปอีกฉบับ


[Image: 50201991462_8858e0952d_k.jpg]

จุฑาทิพย์ กล่าวถึงการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ต้องมองรัฐธรรมนูญในฐานะ rules of game ซึ่งจะนำไปสู่หลัก 6 ประการของคณะราษฎร เป็นการสร้างสังคมไทยสู่หลักการประชาธิปไตย และหลักแห่งสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นมาตราฐานสากล และสามารถชี้วัดถึงความเป็นประชาธิปไตยของประเทศได้ โดย rules of game จะเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง จะดีขึ้น หรือเลวร้าย ประชาชนจะยากแค้น หรืออยู่ดีมีสุข ก็ขึ้นอยู่กับว่า rules of game นี้จะเป็นอย่างไร

จุฑาทิพย์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่นั้นจะดีขนาดไหน แต่ถ้าร่างมาแล้วโดนฉีกทิ้งอีกก็ไม่มีความหมายอะไร สิ่งที่สำคัญคือ จะต้องมองไปถึงกลไกที่จะทำให้รัฐธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญถาวร ฉบับสุดท้าย ที่จะไม่มีใครมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญอีก

ที่พูดมานี้ ไม่ได้ต้องการให้กลับไปใช้รัฐธรรมมนูญ 2489 หรือ รัฐธรรมนูญ 2540 แต่เราจะผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่ และเป็นรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้า และไปได้ไกลกว่ารัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่กล่าวมา รัฐธรรมนูญนี้จะต้องมีความยืดหยุ่น แต่ล้มยาก และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ประชาชนต้องมีชีวิตที่ดีกว่า และมีความเท่าเทียมเสมอหน้า และจงจำไว้ว่าหากใครถามว่าสิ่งที่เราผลักดันจะแตะประเด็นนั้นไหม ก็บอกได้เลยว่า ไม่ว่าเราจะพูดถึงเรื่องไหน ถ้าจะให้มีรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย ย่อมหมายถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นนายทุน ขุนศึก หรือศักดินาหน้าไหน จะคนเหนือ คนใต้ คนเดินดิน คนบนฟ้า ถ้าอยู่ประเทศนี้เมืองนี้ ก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันทุกคนประธาน สนท. กล่าว


สำหรับการอภิปรายนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเวที "CARE ชวน คิด เคลื่อน เขียน รัฐธรรมนูญฉบับในฝัน ของประชาชน" ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ เมื่อ 8 ส.ค. 63 โดยกลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย ร่วมกับสำนักข่าวประชาไท เพื่อร่วมคิดหาหนทางออกจากหุบเหวมหาวิกฤติ ร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย ให้เป็น "ฉบับสุดท้าย" ของประเทศไทย และให้มันเกิดขึ้นที่รุ่นเราจริงๆ เสียที โดยใช้แฮชแท็กในงานว่า #รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย #ให้มันเกิดที่รุ่นเรา

https://prachatai.com/journal/2020/08/89131
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2020 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org