• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ช่างร้ายเหลือ....ช่างร้ายเหลือ....ช่างร้ายเหลือทน... คนอะไรไร้ความปราณี...

#1
ช่างร้ายเหลือ....ช่างร้ายเหลือ....ช่างร้ายเหลือทน... คนอะไรไร้ความปราณี...


ช่างร้ายเหลือดี ภูตผีตนใด สิงใจพวกท่าน...

ปากอย่างหนึ่ง...ใจอย่างหนึ่ง...สุดจะหยั่งถึงได้...

ครับ...เผด็จการอำมาตย์นี่...ช่างร้ายกาจแถมสุดแสนอำมหิต..
อย่างที่ประชาชนอย่างเราๆท่านได้พบได้เห็นได้เจอ...

ใครจะออกมาเรียกร้องสิทธิ....Must put them down…

ไม่ยอมเหลือไว้ให้เป็นตัวอย่าง เป็นหอกข้างแคร่ให้มาทิ่มแทงตัวเอง...

ปรากฎการณ์อุ้มหาย...คุกคาม....กดขี่...กดดันกลั่นแกล้งทุกวิถีทางที่จะทำได้.จึงเกิดขึ้น…

แม้กระทั่งคนดีๆ...ก็ป้ายสีให้เขาเป็นคนบ้าเสียสติไปได้...

[Image: 2_12.jpg]

แม้กระทั่งน้องๆนักศึกษาที่ถูกกระทำในเวลานี้ไปเล่นงานพ่อแม่เขาด้วย..มันช่างเป็นการกระทำที่น่าละอายจริงๆ...

อืมมม....แต่ก็เถอะ..แล้วเราจะยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหรือ..

ผมทนนิ่งดูดายไม่ได้...จะออกไปทุกแห่งที่เขาจัดกิจกรรมและสะดวกสำหรับผมที่จะไป..

เป็นดั่งคลื่นที่โถมเข้าหาพวกมัน...โถมเข้าหาพวกมัน....จนกว่ามันจะทลายพังลงมา..

แล้วเราก็จะสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ ปฎิรูปด้วยพลังประชาธิปไตยอันมีเสียงส่วนมากของประชาชนผู้เสียภาษีบำรุงรัฐเท่านั้นที่จะปกป้องแผ่นดินไทยแผ่นดินทองต่อไปจากพลังของน้องๆนักศึกษาในเวลานี้...

จะปล่อยให้เขาเดียวดายไม่ได้....จะปล่อยให้เขาเดียวดายไม่ได้...!
 
เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
#saveทิวากร ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิเตอร์ หลังมีผู้ปล่อยภาพ ระบุอยู่ รพ.จิตเวช

22 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฮชแท็ค #saveทิวากร ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิเตอร์ประเทศไทย ยอดทวิตกว่า 2 แสน เมื่อเวลา 0.00 ของวันที่ 22 ก.ค.63 หลังมีผู้นำภาพ ทิวากร วิถีตน ที่ระบุว่าเป็นภาพขณะอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ 

สำหรับเนื้อหาใน #saveทิวากร เป็นการแสดงความกังวลถึงสวัสดิภาพของ ทิวากร และตั้งคำถามถึงวิธีการที่เขาถูกกระทำ โดย #saveทิวากร เคยติดเทรนด์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังหลังจาก 13 ก.ค.63 นำเสนอข่าว ทิวากร ชายวัย 47 ปี ผู้สวมเสื้อ 'เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว' ถูกควบคุมตัวเพื่อตรวจรักษาอาการทางจิตที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และตำรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์และเสื้อที่กำลังซักอยู่ไปด้วย 

ทิวากร เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมการชุมนุมในเหตุการณ์ปี 2552-2553 ต่อมาเขาได้ยุติการทำกิจกรรมทางการเมือง และกลับมาอยู่บ้านที่ขอนแก่น จากการบอกเล่าของครอบครัว หลังการรัฐประหาร เขามีความเครียดและอาการซึมเศร้า แยกตัวอยู่เพียงลำพัง จนครอบครัวต้องขอให้เขาไปปรึกษาจิตแพทย์ ต่อมาเมื่อมีการเกิดกลุ่ม Thai Royalist Marketplace เขาได้เริ่มเข้ามาใช้โซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊ก) ติดตามพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และหลังจากการถูกอุ้มหาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เอ็นจีโอ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ประเทศกัมพูชา เขาจึงได้รณรงค์ใส่เสื้อ เราหมดศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์ และกิจกรรมทางการเมืองล่าสุดที่เขาได้ทำคือการใส่เสื้อเราหมดศรัทธาฯ ในพื้นที่ชุมชนและได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊กของเขา นอกจากในเฟซบุ๊ก เขายังเคยโพสต์รายงานว่าตนเองสวมเสื้อที่มีข้อความนี้ในชีวิตประจำวันและออกนอกบ้าน รวมทั้งประเมินปฏิกิริยาจากผู้พบเห็นเสื้อดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ช่วงกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทิวากรถูกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายไปพบ ขอให้เลิกใส่ กำชับว่าถ้าใส่เสื้อตัวนี้แล้วทำให้คนในประเทศเกิดการกระทบกระทั่งกันและเกิดความวุ่นวาย หลังเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา โพสต์ภาพตนเองใส่เสื้อสกรีนคำว่า “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” พร้อมทั้งอธิบายความหมายและเหตุผล โดยระบุว่า “‘หมดศรัทธา’ ไม่ได้แปลว่า ‘ล้มเจ้า’” และใช้ภาพดังกล่าวเป็นภาพโปรไฟล์ โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นอย่างหลากหลายกว่า 4,000 ความเห็น มีทั้งที่ด่าทอ ไล่ให้ออกนอกประเทศ มีทั้งที่เข้าใจในเหตุผล แลกเปลี่ยนความเห็น ให้กำลังใจ หรือแสดงความเป็นห่วงว่าจะถูกดำเนินคดี-อุ้มหาย และมีทั้งผู้ที่เข้าไปข่มขู่คุกคามเจ้าของโพสต์หรือผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นคนอื่นๆ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีผู้ไปร้องให้ บก.ปอท. วินิจฉัยว่าการกระทำของทิวากร เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) หรือไม่


https://prachatai.com/journal/2020/07/88690
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#3
ไผ่ ดาวดิน' พร้อมศูนย์ทนายฯ ร้องศาลปล่อย 'ทิวากร' เหตุถูกควบคุมตัวโดยมิชอบ


'ไผ่ จตุภัทร์' พร้อมศูนย์ทนายฯ ร้องศาลปล่อย 'ทิวากร' จากรพ.จิตเวช เหตุถูกควบคุมตัวโดยมิชอบ โดยจตุภัทร์เบิกความยันจากการพูดคุยกัน ทิวากรมีสติสัมปชัญญะ และมีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเอง

22 ก.ค. 2563 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า จากกรณีที่ทิวากร วิถีตน ผู้ใส่เสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” ถูกควบคุมตัวไป รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 2563 โดยตัวเขาไม่ได้ยินยอม และถูกควบคุมตัวอยู่ในโรงพยาบาลรวม 13 วัน แล้ว โดยเพื่อนหรือคนรู้จักไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ซึ่งแพทย์อ้างเป็นความประสงค์ของญาตินั้น

21 ก.ค. 2563 เวลา 11.30 น. จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” เลขาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้ายื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นขอให้ปล่อยตัวนายทิวากรจากการคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเป็นกรณีซึ่งผู้ร้องเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติใช้สิทธิในฐานะบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ยื่นคำร้อง

ต่อมา เวลา 14.00 น. ศาลนัดไต่สวนพยาน โดยทนายความของผู้ร้องได้อ้างพยานบุคคลเข้าเบิกความรวม 2 ปาก คือ จตุภัทร์ ผู้ร้อง และศรายุธ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไท หลังเสร็จการไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 14.00 น.

ในการไต่สวนพยาน ทั้งสองเบิกความสอดคล้องกันว่า เป็นเพื่อนกับทิวากรทางเฟซบุ๊ก และได้เคยพบปะพูดคุยกับทิวากร เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังเขาโพสต์รูปตนเองใส่เสื้อดังกล่าว และโพสต์ว่ามีเจ้าหน้าที่ไปพบที่บ้าน

พยานทั้งสองเบิกความยืนยันว่า จากการที่ได้พูดคุยกับทิวากร ซึ่งเขาเล่าถึงการมาพบของเจ้าหน้าที่และให้เขาหยุดใส่เสื้อ, แนวคิดทางการเมือง และการเตรียมการเพื่อไม่ให้ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการใส่เสื้อดังกล่าวของเขา รวมถึงจากการติดตามการสื่อสารทางเฟซบุ๊ก พยานเห็นว่านายทิวากรมีสติสัมปชัญญะ และมีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเอง

จตุภัทร์ยังเบิกความว่า จากการติดตามเฟซบุ๊กของทิวากร ทิวากรโพสต์ว่ามีเจ้าหน้าที่ไปพบที่บ้านหลายครั้งจนครอบครัวมีความกังวล และแม่ขอให้เขาหยุดเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ ต่อมาวันที่ 5 ก.ค. 2563 ทิวากรได้โพสต์ภาพหนังสือที่แม่เซ็นตัดขาดความเป็นแม่ลูก และตัดเขาออกจากตระกูล รวมทั้งโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือให้คนในฝ่ายประชาธิปไตยจัดการศพให้ โดยไม่อนุญาตให้คนในครอบครัวมาเกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันที่ 9 ก.ค. 2563 ทิวากรโพสต์เรื่อง มีเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ และ กอ. รมน. มาพบ โดยเขาระบุว่า “ผมเข้าใจดีว่านี่คือการเมือง ที่ต้องการจะทำให้คนเข้าใจว่าผมเป็นบ้า ผมจะไม่ตำหนิเจ้าหน้าที่ถ้าหากมีคำวินิจฉัยว่าผมเป็นบ้า เพราะถือว่าต้องทำตามคำสั่ง”

จตุภัทร์ยืนยันเช่นเดียวกับศรายุธว่า จากการพูดคุยกับทิวากรและติดตามทางเฟซบุ๊กที่เขาโพสต์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่มาหาก่อนหน้าที่เขาจะถูกควบคุมตัวส่ง รพ.จิตเวชฯ เจ้าหน้าที่ไม่มีการพูดถึงเรื่องสุขภาพจิตของเขา มีแต่ให้หยุดใส่เสื้อ และหยุดโพสต์เฟซบุ๊ก ดังนั้น พยานจึงเห็นว่า การนำตัวทิวากรไป รพ.จิตเวชฯ ไม่ใช่เพราะเขามีอาการทางจิต แต่เป็นเพราะเขาใส่เสื้อดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ซึ่งมาพบหลายครั้งไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนความคิดและยุติการใส่เสื้อตัวดังกล่าวได้ รวมทั้งความขัดแย้งของเขากับครอบครัวที่กังวลเรื่องความปลอดภัย

อ่านดูภาพและข่าวเต็มๆได้ที่.....
https://prachatai.com/journal/2020/07/88695
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2020 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org