• 0 โหวต - 0 เฉลี่ย
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
เมื่อไหร่คนไทยจะมีสิทธิเช่นนี้ ?

#1
เมื่อไหร่คนไทยจะมีสิทธิเช่นนี้ ?
 
นี่เป็นเพียงข้อมูลจากเว็บไซต์ของกระทรวงสรรพากรสหรัฐอเมริกา
 
ในประเทศไทยเราจะรู้ข้อมูลเช่นนี้ได้อย่างไร ...
 
ผู้นำของเราบอกว่าสุขภาพมาก่อนอิสรภาพ
 
เขาไม่ทราบหรือไม่ว่าสุขภาพจิตสำคัญกว่าสภาวะสุขภาพอื่น ๆ ทั้งหมด?
 
ผมคิดว่าแพทย์ทุกคนที่ใส่ใจผู้ป่วยของพวกเขารู้เรื่องนี้ใช่ไหม
 
ประชาชน ถ้าได้รับการศึกษาที่ดีโดยมีกฎหมายว่าคนทุกชนชั้นจะต้องเชื่อฟังและมีอิสระ

[Image: bBVRnsu.jpg]
 
ความโกลาหลจะไม่เกิดขึ้น ประเทศชาติจะสงบ
 
ผู้คนสามารถทำมาหากินได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐ นอกเหนือจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ
 
ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่เก็บภาษีจากผู้คนเพื่อดำเนินการในประเทศ
 
When will Thai people have the right like this ?
 
This is just information from the website of the United States Department of Revenue.
 
In Thailand, how do we know this information? ...
 
Our leaders say that health comes before freedom.
 
Does he not know that mental health is more important than all other health conditions?
 
I think all the doctors who care about their patients know this, right?
 
People, if receiving a good education having laws that people of all classes must obey and having freedom
 
The chaos will not happen. The nation will be calm.
 
People can make a living by themselves without having to ask the state for help. Aside from various disaster situations
 
Which is the duty of the state which collect taxes from the people to run the country
 
เชิญอ่านข้อมูลของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยว่าเขาดูแลประชาชนของเขาอย่างไรครับ....
 
Revenue Department
 
 
Freedom of information
 
The FOIA's Freedom of Information Act, enacted in 1966, grants anyone the right to access federal records or information. FOIA is based on the assumption that governments and government data belong to the people.
 
1996 The FOIA revisions require federal agencies to have many types of online recordings. Visit the IRS FOIA library to learn more.
 
New laws such as the Open Government Act, as well as new policies such as those issued by the President and Attorney General, promote the spirit of transparency predicted by our founding fathers
 
กรมสรรพากร
 
 
เสรีภาพในการข้อมูล
 
ตราพระราชบัญญัติเสรีภาพทางข้อมูลหรือ FOIA ซึ่งประกาศใช้ในปี 2509 ให้สิทธิ์แก่บุคคลใด ๆ ในการเข้าถึงบันทึกหรือข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลกลาง FOIA ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่ารัฐบาลและข้อมูลของรัฐบาลเป็นของประชาชน
 
1996 การแก้ไข FOIA จำเป็นต้องใช้หน่วยงานรัฐบาลกลางเพื่อให้มีหลายประเภทของบันทึกออนไลน์ เยี่ยมชมห้องสมุด IRS FOIA เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
 
กฎหมายใหม่เช่นพระราชบัญญัติรัฐบาลเปิดเช่นเดียวกับนโยบายใหม่เช่นที่ออกโดยประธานาธิบดีและอัยการสูงสุดส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งความโปร่งใสที่คาดการณ์โดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งของเรา
 
เผด็จการจงพินาศ  ประชาธิปไตยจงเจริญ !
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:

#2
ใบตองแห้ง: แจกอย่างไรให้ถูกด่า
 
ฮาวทูแจก แจกเงินอย่างไรให้ถูกด่า มันน่าฉงน รัฐบาลทั่วโลกแจกเงินประชาชน เขามีแต่ได้คะแนนนิยม แต่ทำไมรัฐบาลประยุทธ์ ใจป้ำแจกห้าพันกลับถูกด่า นี่เป็น case study เลยนะ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น
คำตอบง่ายๆ รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่า "ถ้วนหน้า" รังเกียจคำว่า "ถ้วนหน้า" พยายามกำหนดโควตาคนที่จะสงเคราะห์ ทั้งที่โควิด 19 กระทบไปหมด ไม่ใช่แค่กิจการที่รัฐสั่งปิด หรืออาชีพที่รัฐกำหนด มันกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้คนตกงานหรือขาดรายได้ทั้งประเทศ
ถ้าย้อนดูวิธีคิดตั้งแต่แรก ก็น่าฉงน คลังเอาตัวเลขมาจากไหนจะช่วย 3 ล้านคน แล้วพอลงทะเบียนล้น ก็ขยายเป็น 9 ล้านคน เป็นวิธีคิดหดได้ยืดได้ตั้ง 3 เท่า
ตอนนั้นประยุทธ์ก็บ่น กฎเกณฑ์ไม่ชัดเจน ไม่รู้ใครได้บ้างไม่ได้บ้าง แหม่ ขนาดท่านผู้นำยังงง แล้วชาวบ้านที่ไหน(วะ)จะเข้าใจ
มันสะท้อนว่าคลังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ ไม่ทันความเดือดร้อนที่เป็นจริง พอเห็นคนล้นก็ค่อยขยาย แล้วอธิบายว่า 9 ล้านคนคือแรงงานนอกระบบ เดี๋ยวจะช่วยเกษตรกร 17 ล้านคนอีกขยัก
แต่กลับทำให้คนเดือดพล่าน ด่ากันขรม กับ AI ซึ่งคงไม่ใช่สมองกล แต่เป็นสมองคนในระบบราชการ คนขับแท็กซี่กลายเป็นเกษตรกร แม่ค้าริมฟุตปาธเป็นผู้ประกอบการ ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเรียน กศน.กลายเป็นนักศึกษา
ไม่ใช่เรื่องขำนะ เพราะประชาชนโกรธจนฮือบุกกระทรวงการคลัง อย่างไม่เกรงใจโควิด อย่างไม่กลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
อันที่จริง ฟังที่บางคนระบาย ก็ไม่เข้าข่ายได้เงินห้าพัน ทั้งที่เขาเดือดร้อนจริงๆ นั่นแปลว่า "โควตา" ที่คลังกำหนด ไปไม่ถึงคนเดือดร้อนทั้งหมด ยังมีอีกมากที่อยู่นอกระบบ เช่น พนักงานบริการ แรงงานรายวันหาเช้ากินค่ำ
รัฐบาลอาจโทษว่าประเทศนี้ไม่เคยจัดระบบ แต่ทำไมไม่คิดกลับกัน ถ้าแยกแยะไม่ได้ทำไมไม่แจก "ถ้วนหน้า" อย่าง TDRI หรือคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ.เสนอ ซึ่งดัดแปลงได้
นั่นคือแยกข้าราชการรัฐวิสาหกิจออกไป แยกแรงงานในประกันสังคมออกไป (ช่วยต่างหาก) แยกคนอายุต่ำกว่า 18 (หรือ 15) แยกคนอายุเกิน 60 แล้วที่เหลือก็ "แจกถ้วนหน้า" โดยอาจตัดคนรายได้สูงออกตามฐานภาษี เติมเงินผู้สูงอายุชั่วคราว ช่วยค่าดูแลบุตรชั่วคราว
ตัวเลขจะออกมาเกิน 9 ล้าน+เกษตรกร 17 ล้าน ไม่เท่าไหร่ ไม่น่าเกิน 27 ล้านคนไปมากนัก ไม่ถึงกับ "กู้ยันตาย" อย่างที่สมคิดบอกปัด แต่ข้อดีคือช่วยคนจนได้หมด ไม่ตกหล่น บางคนอาจเถียงว่าจะมีคนไม่เดือดร้อนได้ด้วย ก็ใช่ แต่ระบบที่ใช้อยู่นี้ก็มีเหมือนกัน
ให้ย้อนดูอารมณ์ประชาชนที่บุกกระทรวงการคลัง สะท้อนอะไร มันคือการตะโกนว่า "เอาเงินห้าพันของกูมา"
เพราะประชาชนถือว่าเงินห้าพันเป็น "สิทธิ" ที่พึงได้ ทำงานเสียภาษีมาทั้งชีวิต ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม ลำบากอย่างนี้รัฐต้องให้ มันไม่ใช่การสงเคราะห์ เมตตา หรือบุญคุณอะไรทั้งนั้น แต่เป็น "สิทธิถ้วนหน้า"
รัฐบาลประเทศต่างๆ เขาคิดอย่างนี้ สิงคโปร์แจกเงินเยียวยาทุกคน 600 ดอลลาร์ ช่วยจ่ายเงินเดือนให้บริษัทเพื่อไม่ให้ปลดคน อเมริกาแจก 1,200 ดอลลาร์ทุกคน ที่รายได้ต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ต่อปี แถมแจกลูกหัวละ 500 ดอลลาร์
นายกฯ มาเลย์ไลฟ์สด มีแต่คนกดเลิฟ เพราะทั้งพักหนี้ผ่อนรถผ่อนบ้าน ลดค่าไฟ 15-50% ให้เงินเยียวยาคนละ 5,600 บาทนาน 6 เดือน ช่วยครอบครัวรายได้น้อยต่างหาก นักศึกษาให้อยู่หอพักกินข้าวฟรี ฯลฯ
แต่นายกฯ ประเทศไหนนะ มีแต่คนกดโกรธ เอาแต่พูดจาขึงขังยังกับทำรัฐประหาร พูดแต่จะใช้อำนาจเด็ดขาด ปราบคนไม่เชื่อฟัง ประเทศต่างๆ เขาประกาศมาตรการบังคับ หรือฉุกเฉิน เหมือนกันทั้งโลก แต่เวลาผู้นำพูดกับประชาชน เขาต้องใช้วาทศิลป์สร้างภราดรภาพ ดึงความร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฟัน ไม่ใช่เอาแต่โทษชาวบ้านไม่รับผิดชอบตัวเอง
ประเทศไทยเยียวยาไม่ถ้วนหน้า ยังไล่ขู่เอาผิด ทำให้คนกลัว ให้คนถอนชื่อ งัดมาทั้ง พ.ร.บ.คอมพ์ แจ้งความเท็จ ด่ารัฐบาลก็จะเอาผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
ปัญหามันอยู่ที่วิธีคิด อยู่ในสมอง มองเห็นประชาชนเป็นคนข้างล่าง เป็นผู้รอรับความเมตตา รอการสงเคราะห์ บางทีก็มองเป็นภาระ น่าเบื่อ ไม่ได้มองว่านี่คือสิทธิของประชาชน
เช่นเดียวกับที่มองประชาชนเป็นเด็ก ต้องอบรมสั่งสอน ต้องใช้ไม้เรียว โดยมีคนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี ที่คิดว่าตนเป็นคนดีย์ เป็นคนที่ยังไงก็รอด (ตามทฤษฎีชาร์ลส์ ดาร์วิน) มองรัฐเป็นผู้ปกป้องจากโควิดและคนชั้นล่าง ที่ไม่รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม ไม่รับผิดชอบตัวเอง หัดพึ่งตัวเองเสียบ้าง
เพราะอย่างนี้ จึงทำอะไรไม่ขึ้น แจกเงินก็ยังถูกด่า พูดไม่เข้าหูคนแล้วเที่ยวบ่นว่าพูดอะไรก็ถูกบิดเบือน
 
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ http://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_3974567
นานาสาระ
ตอบกลับ
ได้รับขอบคุณจาก:


Digg   Delicious   Reddit   Facebook   Twitter   StumbleUpon  


You are visitor no. :   Theme © 2014 iAndrew  
Powered by: MyBB, © 2002-2020 MyBB Group.  
ลงโฆษณากับนานาสาระ ดอทโออาร์จี เพียงเดือนละ xxx บาท สนใจติดต่อที่ info@nanasara.org